[Fic TB] ห่วง [Tres/Abel]
posted on 15 May 2006 17:28 by glorfindel in Trinity-Bloodขออภัย รับแต่คอมเมนต์สมาชิก เพื่อลดปัญหาบอทสแปมคอมเมนต์โฆษณา
นึกว่าจะไม่สำเร็จซะแล้ว สำหรับฟิค Trinity Blood เรื่องนี้ โดน <beep> คุงเข้ามาแซงคิวซะสองเรื่อง Late เลย เอิ๊กกกก
Warning : มดกัด
Title : ห่วง
Author : BeeJang
Rating : PG13
Pairing : Tres / Abel
Disclaimer : ตัวละครเป็นของอาจารย์โยชิดะ ภาพประกอบเป็นของอาจารย์คิโย กรุณาอย่าคัดลอกไปเผยแพร่ที่อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต
**********************
อาเบลหิว
มันดูเหมือนจะเป็นเรื่องปกติไปแล้วสำหรับบุคคลที่อยู่ใกล้ชิดอาเบล กับการที่เห็นท่านสาธุคุณตัวสูงโปร่ง ผมสีเงินสวยในชุดเสื้อคลุมนักบวชสีเข้มดูน่านับถือและเกรงขาม กำลังทำหน้าอดอยากปากแห้ง เซ็งชีวิตสุดขีด เขาเหลือบสายตาขอความเห็นใจไปยังสหายสนิทที่เดินฉับ ๆ ไม่สนใจและใส่ใจ อาเบลถอนใจยาว วิ่งตามเทรส อิคุสอย่างรวดเร็ว
“เทรสคุง ขอพักก่อนได้ไหม ฉันหิวแล้ว” อาเบลร้องโอดครวญ
เทรสคุงชำเลืองมองอาเบลด้วยหางตา พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งตามแบบฉบับของตนเอง “ขอปฏิเสธการหยุดพัก สาธุคุณไนท์โร้ด เมื่อสองร้อยแปดสิบห้าวินาทีที่แล้ว ท่านเพิ่งจะหยุดคุยกับเลดี้ท่านหนึ่งเป็นเวลาสามร้อยยี่สิบสี่วินาทีซึ่งถือว่าเป็นพักที่เพียงพอสำหรับท่านแล้ว และขอปฏิเสธเหตุผลของท่าน เพราะท่านได้ทานอาหารเช้าไปเมื่อเวลาเจ็ดนาฬิกาสามสิบสี่นาที ซึ่งผ่านมาเพียงสามชั่วโมงสิบสองนาทีเท่านั้น”
“เทรสคุงใจร้าย!” อาเบลโวยวาย
“ไม่เข้าใจความหมายของท่าน และขอแนะนำให้รีบเดินทางดีกว่า สาธุคุณฮิ้วจ์กำลังรอพบท่านอยู่” เทรสคุงตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ แล้วก็เดินต่อ
อาเบลทำท่าฮึดฮัดขัดใจราวกับเด็กเล็ก ๆ ที่พ่อแม่ไม่ยอมซื้อของเล่นให้ พลางนึกงอนเทรสคุงที่ไม่ห่วงและเห็นใจเขาเลย แต่แล้วเขาก็นึกขึ้นได้ว่าพวกเขากำลังจะไปพบสาธุคุณฮิ้วจ์ ในบรรดาสหายที่เขารู้จัก สาธุคุณฮิ้วจ์มีชื่อในด้านการทำอาหารที่สุด โดยมีซิสเตอร์แอ๊กเนสยืนยัน สีหน้าของอาเบลเบิกบานขึ้นใด เขารีบวิ่งตามเทรสคุงไปทันที
*******************
สาธุคุณฮิ้วจ์ ผู้มีโค้นเนมเท่ ๆ ว่าซอดแด๊นซ์เซอร์ แต่อาเบลแอบตั้งชื่อเล่นลับหลังให้ฮิ้วจ์ว่ากระบี่เริงรำ ไม่ก็หลวงพ่อดาบพลิ้ว แน่นอน ฮิ้วจ์ไม่รู้ ไม่อย่างงั้น อาเบลคงโดนฟันหัวแบะไปแล้ว สาธุคุณฮิ้วจ์มีสีหน้าเขร่งขรึมตามแบบฉบับของเขา ชอบทำงานเพียงลำพัง ไม่ค่อยสุงสิงกับผู้ใด หรือชอบสังคมกับคนมาก ๆ เท่าที่อาเบลรู้มา สาธุคุณฮิ้วจ์โด่งดัง และเป็นที่ชื่นชอบชื่นชมของเหล่าซิสเตอร์และเลดี้หลาย ๆ ท่านเลยทีเดียว คงเพราะใบหน้าหล่อคมนิ่ง ๆ ไม่ค่อยพูดค่อยจา แต่มีความเป็นสุภาพบุรุษเต็มเปี่ยม เส้นผมสีทองเป็นประกายยาวสลวย รูปร่างสูงโปร่งงดงาม แต่ภายใต้เสื้อคลุมนั้น กลับมีกล้ามเนื้อที่สวยงามและมีริ้วรอยเกียรติยศแห่งความกล้าหาญของเขาเต็มไปหมด
หล่อจังเลย อาเบลคิด เขานั่งเท้าคางจ้องฮิ้วจ์ที่นั่งจิบชาตรงหน้าอย่างใจเย็น
ฮิ้วจ์พยักหน้ารับฟังรายงานการปฏิบัติภารกิจก่อนหน้านี้ที่เทรสสรุปให้ฟัง บางทีก็เอ่ยเสริมเป็นระยะ ๆ ด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟัง อาเบลฟังเสียงนุ่ม ๆ จ้องหน้าหล่อ ๆ เพลิน ๆ เล่นเอาเคลิ้มเข้าเหมือนกัน
“สาธุคุณไนท์โร้ด ท่านจะเสริมอะไรไหม?” เทรสกล่าวถามขึ้นมาแทบทันที เล่นเอาอาเบลสะดุ้งโหยง
“มะ ไม่มีครับ ตามที่เทรสคุงว่าไว้นั่นละครับ” อาเบลตอบ
ฮิ้วจ์พยักหน้ารับอย่างเข้าใจดีแล้ว “ถ้าเช่นนั้น ข้าจะไปจัดเตรียมห้องพักให้พวกท่าน ดูพวกท่านเหน็ดเหนื่อยนัก คืนนี้คงนอนพักได้อย่างสบาย”
อาเบลกำลังเอ่ยขอบคุณ แต่เทรสเอ่ยขัดขึ้นก่อน “ขอปฏิเสธ ท่านสาธุคุณฮิ้วจ์ ข้าเป็นเครื่องจักร ไม่มีความเหน็ดเหนื่อย”
ฮิ้วจ์อมยิ้มน้อย ๆ รอยยิ้มที่มุมปาก น้อยคนนักจะได้เห็น “ถ้าเช่นนั้น ก็คงเป็นสาธุคุณไนท์โร้ดเพียงคนเดียวที่เหน็ดเหนื่อย ข้ากล่าวถูกใช่ไหม?”
“ถูกต้องที่สุด” เทรสตอบสั้น ๆ ทั้งสองลุกขึ้นยืน แล้วก็เดินฉับ ๆ ออกไปจากห้อง
อาเบลมองตามตาค้าง เทรสคุงใจร้ายอีกแล้ว พูดจาให้ร้ายเขาแบบนี้ ไม่ห่วงเขาบ้างเลยหรือ อาเบลโอดครวญอยู่ในใจ แล้วท้องก็ร้องหิว อาเบลเหลือบมองฮิ้วจ์ อยากบอกเหลือเกินว่าเขาอยากกินอะไรก่อน แต่ก็บอกไม่ทัน เทรสคุงเร็วกว่าเขาเสมอในทุก ๆ เรื่อง อาเบลถอนใจ แล้วก็วิ่งตามออกไป
******************
อาเบลพยายามจะกระลิ้มกระเหลี่ย หาโอกาสขอให้ฮิ้วจ์ทำอะไรก็ได้ให้เขากินบ้าง แต่ดูเหมือนฮิ้วจ์จะไม่สนใจอาเบลเลยแม้แต่น้อย ตลอดเวลา เขาพูดคุยกับเทรส แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหลาย ๆ เรื่องและสอบถามคราวข่าวเกี่ยวกับวาติกัน อาเบลคอตก เดินตามฮิ้วจ์กับเทรสต้อย ๆ อย่างสิ้นหวัง
“จริง ๆ แล้ว พวกท่านมาได้จังหวะพอดีเลย ซิสเตอร์แมรี่ขอร้องให้ข้าช่วยซ่อมหลังคาโบสถ์ให้ หลังจากพายุเข้าเมื่อเดือนก่อน โบสถ์ก็เสียหายอย่างหนัก ความช่วยเหลือจากทางวาติกันก็ช้านัก” ฮิ้วจ์กล่าวระหว่างที่เขาพาอาเบลและเทรสเดินรอบดูรอบ ๆ โบสถ์
“เห็นสมควรยิ่ง ขณะนี้ใกล้ฤดูหนาวแล้ว ถ้าปล่อยช้าไปอาจเสียหายหนักกว่าเดิม” เทรสคุงตอบรับโดยทันที
“ว่าไงว่าตามกัน” อาเบลตอบจ๋อย ๆ แอบถอนใจ ยังไม่ได้กินอะไรเลย ต้องทำงานซะแล้ว แย่จริง
*******************
ซิสเตอร์แมรี่ยินดีนักที่พวกเขาขันอาสาจะซ่อมแซมโบสถ์ รีบจัดหาบันไดและอุปกรณ์ซ่อมแซมให้โดยทันที เทรสเดินมองรอบ ๆ โบสถ์เพื่อสำรวจหาจุดเสียหายและประมวลข้อมูล
ขณะที่อาเบลยืนซึมเศร้ากับชะตากรรมของตัวเอง เขาก็เหลือบไปเห็นฮิ้วจ์กำลังเตรียมตัวขึ้นหลังคา ฮิ้วจ์กำลังถอดเสื้อคลุมบาทหลวง เผยกล้ามเนื้อสวย ๆ ต้องแสงแดดระยับ ผิวกายขาวนวลมีริ้วรอยแผลเป็นเต็มไปหมด แต่กลับไม่น่าเกลียดเลยแม้แต่น้อย มันดูเข้ากันดีกับร่างสูงสง่า บ่งบอกว่าเจ้าตัวเป็นนักสู้ผู้กล้าหาญ ฮิ้วจ์ยกมือจับผมสีทองอร่ามขึ้นรวบมัดไม่ให้เกะกะรกหน้า แต่ละท่วงท่าดูดีและตรึงสายตาของผู้จับจ้องได้ชะงักนัก
โดยไม่รู้ตัวเลย อาเบลหน้าแดงระเรื่อ เฝ้ามองฮิ้วจ์อย่างชื่นชมหลงใหล
“ฮิ้วจ์เท่จังเลยเนอะเทรสคุง?” อาเบลสะกิดเทรสที่ยืนข้าง ๆ
“เห็นสมควรด้วยยิ่งนัก” เทรสคุงกล่าวพลางมองไปยังฮิ้วจ์ เขาเหลือบมองอาเบลแวบเดียว แล้วก็กล่าวต่อ “ … ขอแนะนำให้ท่านเตรียมตัวขึ้นหลังคา และระวังให้มาก เพราะหลังคาโบสถ์เก่าแล้ว” เทรสตอบอย่างเย็นชา ก่อนผละไปหาฮิ้วจ์ รับเสื้อคลุมมาถือให้ และชี้บอกฮิ้วจ์ว่าตรงไหนพังแล้ว สองหนุ่มยืนพูดคุยเคียงข้างกัน แต่อาเบลมองว่าพวกเขากำลังซุบซิบกระหนุงกระหนิงรักใคร่ และดูเหมาะสมกันดีเหลือเกิน
อาเบลยืนคอตก รู้สึกเป็นหมาหัวเน่า ไม่มีใครห่วงและสนใจอย่างไงก็ไม่รู้
*******************
การซ่อมแซมเป็นไปอย่างทุลักทุเล เพราะว่าหลังคาเก่ามากและก็ผุพังหลายจุด การจะขยับไปอีกที่ก็ต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก อาเบลตกหลังคาสองครั้ง ก้าวพลาดสี่ครั้ง เหงื่อไหลเข้าตาจนตอกตะปูตำมือตัวเองนับไม่ถ้วน ทั้งยังท้องร้องเสียงดังระหว่างทำงานตลอดเวลาอีกต่างหาก
ผิดกับฮิ้วจ์ ที่ตั้งหน้าตั้งตาทำงานอย่างดีโดยไม่สนใจอาเบลเลย เส้นผมสีทองประกายของเขาส่องสะท้อนเล่นกับแสงแดดเป็นประกายสวย ราวกับดาวพราวระยับเหนือหลังคาโบสถ์ ใบหน้าหล่อเหลามีสีหน้าเคร่งขรึมจริงจังในงานตรงหน้า รูปร่างสมส่วนอันน่าหลงใหลตรึงสายตาของผู้ที่เดินผ่านไปมาได้เป็นอย่างดี เหล่าซิสเตอร์และเลดี้ทั้งหลายต่างหยุดมองด้วยความชื่นชม
เทรสที่ยืนอยู่ด้านล่างคอยโยนอุปกรณ์ต่าง ๆ ขึ้นไปให้อาเบลและฮิ้วจ์ ทั้งยังตะโกนบอกว่าตรงไหนต้องซ่อมแซม ทำให้งานง่ายขึ้น การซ่อมแซมเสร็จสิ้นทันก่อนอาทิตย์ตกดินพอดี
**********************
อาเบลเดินหมดแรงกลับเข้าไปในโบสถ์ หวังว่าซิสเตอร์ทั้งหลายจะเตรียมอะไรให้ทานบ้าง แต่เขาก็ผิดหวังเพราะซิสเตอร์แมรี่ได้ทำทานอาหารให้กับเด็กกำพร้าไปหมดแล้ว
“ข้าลืมบอกท่านไป ว่าที่นี่จะบริจาคอาหารให้กับเด็ก ๆ น่ะ” ฮิ้วจ์กล่าวหน้าตาเฉยกับอาเบล เขารับเสื้อคลุมจากมือของเทรสที่เข้ามาช่วยฮิ้วจ์สวมเสื้อคลุมอย่างดิบดี
อาเบลอ้าปากค้าง “อ้าว แล้วท่านทานอะไรเป็นมื้อค่ำล่ะ”
“ข้าน่ะหรือ … ขอบคุณมาก สาธุคุณเทรส … “ ฮิ้วจ์กล่าวขอบคุณเทรสที่คลี่ยิ้มตอบเล็กน้อย ก่อนหันมายังอาเบลอีกครั้ง “ … ปกติข้าทานขนมปังก็พอแล้ว … ท่านล่ะ สาธุคุณเทรส?” ฮิ้วจ์เหลือบไปยังเทรส เอ่ยถามยิ้ม ๆ ทั้งที่รู้คำตอบดีอยู่แล้ว
“ข้าเป็นเครื่องจักร ไม่ต้องดื่มกิน” เทรสตอบ และก็กล่าวเสริมอีก “แต่ข้ายินดีร่วมโต๊ะอาหารค่ำกับท่าน สาธุคุณฮิ้วจ์”
ฮิ้วจ์ยิ้มกว้างแตะหลังเทรส์ให้เดินไปพร้อมกัน แต่สำหรับอาเบล มันเหมือนกับฮิ้วจ์กำลังประคองกอดเทรสคุงของเขาอย่างไงอย่างงั้นเลย อาเบลน้ำตาตกใน คู่หูที่รักปันใจให้คนอื่น หมดแล้วความห่วงใยที่เคยมีให้ อาหารค่ำก็ไม่มีจะกิน คืนนี้ต้องนอนหิวแน่นอน
**********************
ด้วยความหมดอาลัยตายอยาก อาเบลจึงนั่งซึมอยู่ที่ห้องโถงของโบสถ์อยู่นาน จนเทรสต้องออกมาตาม
“ทำไมท่านยังมานั่งอยู่ที่นี่ สาธุคุณไนท์โร้ด? ตามการคำนวณของข้า ท่านน่าจะหิวแล้ว” เทรสกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาตามแบบฉบับของตนเอง
อาเบลหน้าเบ้ มองเทรสคุงแล้วก็เมินหน้าหนี “ห่วงฉันด้วยเหรอ นึกว่าจะสนแต่สาธุคุณฮิ้วจ์คนเดียว”
เทรสคุงขมวดคิ้ว “ขอปฏิเสธทั้งสองกรณี ข้าไม่ได้ห่วงท่าน แค่พูดตามการวิเคราะห์ของข้าเพราะมันเลยเวลาอาหารค่ำของท่านแล้ว และข้ามิได้สนใจสาธุฮิ้วจ์เพียงคนเดียวอย่างที่ท่านกล่าวหา ข้าต้องดูแลความเรียบร้อยปลอดภัยของทุกคนที่นี่ กรุณาตอบคำถามเมื่อครู่ด้วย สาธุคุณไนท์โร้ด”
อาเบลหัวใจแทบสลายกับคำพูดตรง ๆ ของเทรสคุง แม้จะรู้ว่าเทรสคุงเป็นเครื่องจักร พูดจาตามการวิเคราะห์คำนวณ เขาได้ฟังคำตอบแบบนี้ก็บ่อยแล้ว แต่ก็ยังทำใจไม่ได้สักที แต่ว่า … ไม่ได้ห่วงท่าน ฟังแล้วมันชวนโมโหเหลือเกิน อาเบลของขึ้น ลุกจากที่นั่ง แล้วก็จิ้มนิ้วชี้ไปที่อกของเทรสคุง
“ตอบก็ได้ ฉันยังไม่หิว และที่ฉันนั่งที่นี่ ก็เพราะฉันอยากอยู่คนเดียว!”
เทรสคุงชะงักไปกับคำตอบของอาเบล ความน้อยใจและแง่งอนยังให้น้ำเสียงของอาเบลแข็งกร้าวเกินควร อาเบลสะใจที่ทำให้เทรสคุงนิ่งไป แต่ก็เพียงแวบเดียวเท่านั้น แล้วเขาก็รู้สึกผิด เทรสคุงทำตามหน้าที่ และทุกอย่างเทรสคุงพูดมาก็ถูกต้องทุกประการ อาเบลหน้างอ ทิ้งตัวนั่งที่เดิมอีกรอบ แล้วก็กอดอกแน่น ความรู้สึกหลายหลากสับสนจนงงไปหมดแล้ว
เทรสคุงอ้าปาก เหมือนจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ก็ไม่พูด เขาหันหลังขวับและเดินจากไป อาเบลมองตามหลังเทรสคุงด้วยหัวใจแหลกสลายหนักกว่าเก่า
แต่แล้ว เทรสคุงก็พูดออกมา “ข้าจะมาตามให้ท่านไปทานอาหารค่ำ สาธุคุณฮิ้วจ์กำลังเตรียมอาหารให้ท่านอยู่ แต่ข้าคิดว่า ตอนนี้ท่านคงไม่อยากทานอะไรแล้ว”
“เอ๋?” อาเบลเลิกคิ้ว
“ท่านบอกว่าท่านไม่หิวและท่านอยากอยู่คนเดียว ข้าก็จะไม่รบกวนท่าน” แล้วเทรสคุงก็เดินดุ่ม ๆ จากไป ท่ามกลางความตกใจของอาเบล
กว่าจะรู้สึกตัว อาเบลก็วิ่งตามออกไป แต่ก็ไม่เห็นเทรสคุงแล้ว กลิ่นสตูว์หอม ๆ กับขนมปังอบเนยลอยมาเตะจมูกชวนให้ท้องไส้ปั่นป่วนอยากทำหน้าที่เสียเหลือเกิน อาเบลเดินไปยังห้องครัว เห็นฮิ้วจ์ยืนอยู่หน้าเตา กำลังตักสตูว์ใส่ชาม เขาคลี่ยิ้มให้อาเบล และก็ส่งชามสตูว์ให้
“ท่านคงหิวแล้วสิ ขอโทษด้วยที่ทำอะไรให้มากไปกว่านี้ไม่ได้เพราะเครื่องปรุงมีไม่พอ” ฮิ้วจ์กล่าว เขาตักสตูว์ของตัวเอง แล้วก็เดินมานั่งกับอาเบลที่โต๊ะอาหาร
“มะ ไม่เป็นไร แค่นี้ก็ดีเกินพอแล้ว ขอบคุณมาก” อาเบลตักสตูว์เข้าปาก น้ำตาแทบไหลกับรสชาติเลอเลิศแสนวิเศษ “อร่อยที่สุดเลย ท่านนี่ยอดจริง ๆ สาธุคุณฮิ้วจ์”
“ไม่หรอก” ฮิ้วจ์ตอบเรียบ ๆ แอบเขินเล็กน้อย “อ้อ ข้าต้มน้ำร้อนไว้ เผื่อท่านอยากดื่มชาก่อนนอน น้ำตาลที่นี่มีพอสิบสามก้อนนะ เชิญตามสบาย”
อาเบลรู้สึกเหมือนสวรรค์มาโปรด เขาจ้องฮิ้วจ์อย่างทึ่งและขอบคุณ มิน่าล่ะ เขาถึงเป็นที่ชื่นชอบของสาว ๆ “ท่านรู้ใจข้าไปหมดเลย ยอดจริง ๆ “
ฮิ้วจ์หัวเราะและส่ายหน้า “ไม่ใช่ข้าหรอก จริง ๆ แล้วสาธุคุณเทรสเป็นคนบอกข้าเอง”
“เอ๋?” อาเบลเลิกคิ้ว
“ใช่ สาธุคุณเทรสเป็นห่วงท่านนะ สาธุคุณไนท์โร้ด เขาบอกข้าเองว่าท่านคงหิวมากแล้วเพราะยังไม่ได้กินอะไรเลยหลังมื้อเช้า และขอให้ข้าตั้งน้ำร้อนเผื่อท่านจะชงชาใส่น้ำตาลสิบสามก้อนดื่มก่อนนอน” ฮิ้วจ์กล่าว พลางจ้องสีหน้าซาบซึ้งใจกึ่งสำนึกผิดของอาเบลอย่างเพลินตา “นี่ อาเบล … ข้าขอกล่าวอย่างสหายคนหนึ่งของท่าน ท่านโชคดีมากนะที่มีคนรู้ใจและห่วงใยท่านแบบเทรสอยู่ข้างกาย รักษาเขาไว้ให้ดีล่ะ”
อาเบลยิ้มตอบ เอ่ยรับอย่างหนักแน่น “แน่นอน”
*********************
อาเบลเดินกลับห้องพักเพราะตามหาเทรสคุงไม่เจอ พลางคิดว่าพรุ่งนี้เช้าจะต้องกล่าวขอโทษกับเทรสคุงให้ได้ แต่แล้ว เขาก็พบเทรสคุงในห้องพักของตนเอง กำลังจัดเตรียมชุดนอนให้อาเบล รวมทั้งหมอน ผ้าห่ม จัดที่หลับที่นอนให้เขาอยู่
“ท่านคงเพลียมากแล้ว สาธุคุณไนท์โร้ด คืนนี้ขอให้หลับฝันดี ราตรีสวัสดิ์” เทรสคุงกล่าวเรียบ ๆ กำลังเดินออกไปจากห้อง แต่อาเบลคว้าแขนของเทรสคุงไว้
“เทรสคุง ขอโทษนะที่พูดไม่ดีไปเมื่อตะกี้”
“พูดไม่ดี? ข้าไม่เข้าใจความหมายของท่าน” เทรสคุงเลิกคิ้วน้อย ๆ เป็นเชิงไม่เข้าใจ น่าแปลก อาเบลไม่รู้สึกหงุดหงิดกับความเถรตรงของเทรสคุงอีกแล้ว เขานึกชอบความตรงไปตรงมาแบบนี้ด้วยซ้ำ เทรสคุงก็คือเทรสคุงคนเดิม
เทรสคุงที่คอยห่วงใยรู้ใจเขาเสมอ ตลอดเวลา
“ไม่เป็นไร ฉันแค่อยากขอโทษที่คิดไม่ดีกับเทรสคุงไป แต่ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้วล่ะ” อาเบลดึงเทรสคุงมากอด ความซาบซึ้งใจท่วมท้นจนพูดอะไรไม่ออก
เทรสคุงพยายามจะแกะอาเบลที่กอดตนเองออก แต่ไม่สำเร็จ อาเบลกอดเทรสคุงแน่น ไม่ยอมปล่อยไปไหน “กรุณาปล่อยข้า ข้าไม่เข้าใจความหมายของท่าน และไม่เข้าใจการกระทำของท่าน สาธุคุณไนท์โร้ด”
“ไม่เข้าใจก็ไม่เป็นไร ฉันไม่ถือหรอก เพราะแค่รู้ว่าเทรสคุงห่วงฉันก็พอแล้วล่ะ”
ก่อนที่เทรสคุงจะกล่าวประโยคเดิมซ้ำอีก อาเบลก็ชิงจูบเทรสคุง อ่อนโยนและหวานซึ้ง ทั้งยังดันร่างของพวกเขาไปที่เตียง ผลักเทรสคุงลงไป แล้วก็ปีนขึ้นทับ ก่อนจะจูบที่ริมฝีปากของเทรสคุงต่ออย่างเพลิดเพลิน
“กรุณาทบทวนการกระทำของท่าน สาธุคุณไนท์โร้ด ข้า … “
“ไม่เห็นต้องคิดอะไรเลย เทรสคุง” อาเบลพึมพำ ไม่สนใจคำพูดของเทรสคุงอีกแล้ว เขาปลดเสื้อคลุมของตนเองออก แล้วก็พลิกกายลงนอนบนเตียง ดึงให้ร่างแกร่งแทบทับลงมา อาเบลยกแขนเรียวโอบรอบคอ ดึงใบหน้าของเทรสคุงลงมาจูบอย่างดูดดื่ม การขืนตัวของเทรสคุงอ่อนลงจนกลายเป็นการยินยอม ก่อนจะหลอมละลายไปพร้อม ๆ กัน
แล้วทั้งสองก็ไม่ได้เอ่ยอะไรต่อกันอีกเลยจนรุ่งสาง เพราะสัมผัสอิงแอบแนบแน่นและการกระทำแสนหวานบอกความรู้สึกในใจได้เพียงพอมากกว่าคำพูดล้านคำเสียอีก
*******************
End
Hugue เขียนภาษาไทยยังไง บีจังก็ไม่แน่ใจ รู้แต่ว่ารักหลวงพี่จังค่า
ของแถมค่ะ Credit คุณ Moth

ฮี่ ฮี่ อยากได้พ่อครัวแบบนี้มาอยู่ที่บ้านจังเน้ หล่อ งี้ดดดดด
บีจังใช้ชื่อตามที่อ้างอิงที่บอร์ด TBT นะคะ
Credit : คุณ Reikolion
Cain Knightlord : ไคน์ ไนท์ลอร์ด
Abel Nightroad : อาเบล ไนท์โร้ด
Seth Nightlord : เซธ ไนท์ลอร์ด
ฝาก Quiz in trend ของบีจังไปทำเล่นด้วยนะคะ ไม่ยากเลย ถ้าอ่านฟิคของบีจังดี ๆ เอิ๊กกกก ของรางวัลสำหรับคนได้เต็มคือ Request Fic คู่และเรทและ Condition ตามใจชอบ เอิ๊กกก กรุณาระบุชื่อและนามแฝงที่บีจังรู้จักด้วยนา ไม่งั้นอดรางวัล ฮ่าฮ่าฮ่า มีคนได้เต็มด้วย น้องส้มจ๋า อย่า Request อะไรใจร้ายนักนะ ฮือ ฮือ ใครได้น้อยไม่ต้องเสียใจนะคะ บีจังรักทุกคนค่ะ งี๊ดดดด
Edit 1 : แก้ ฮิ้ว เป็น ฮิ้วจ์ ตามคำแนะนำค่า ... ไม่ชอบ อูค อะ ฟังแล้วคล้าย ๆ กับ อุค อุค จุกแน่น หรือ อุรังอุตัง หรืออะไรสักอย่างเน้ พี่ฮิ้วจ์อะดีแล้ว คล้าย ๆ กับพี่ฮิ้ว แจ็คแมนสุดหล่อ คริคริ
Edit 2 : เต็มร้อยสองคนแล้ววุ้ย เอิ๊กกกก น้อง Ares ทำสองทีด้วย เอิ๊กกก เตรียมคิดไว้นะ ว่าจะ Request คู่ไหน เผื่อพล็อตโผล่มาค่ะ อิอิ
Edit 3 : แก้พิมพ์ผิดตามน้อง Ares ว่าค่ะ เอิ๊กกก ... ตามแก้อีกสองที่ เอิ๊กกกก
Edit 4 : คะแนนแต่ละคนน่ารักมากกกกก ไว้จะทำ Quiz ฟิคลอร์ด / ซิล ให้ทำเล่นดีกว่าเนอะ (แต่ท่าจะยากกว่า เพราะฟิคลอร์ด / ซิล เป็นสิบกว่าเรื่องเลย เอิ๊กกกก)
edit @ 2006/09/23 21:00:45