[Fic Final 7] Fallen Rain #3
posted on 29 Jun 2009 19:01 by glorfindel in Fic
Title : Fallen Rain
Author : BeeJang
Rating : PG13 - NC17 (ในบทหลัง ๆ )
Pairing : Sephiroth / Vincent, Others
Disclaimer : ตัวละครเป็นของ Square Enix
Warning : ห้ามคัดลอกไปเผยแพร่ที่อื่น โดยไม่ได้รับอนุญาต
***************************
ไดอารี่
18 ตุลาคม 20XX
แม่ไม่สบาย
ฉันไม่รู้ว่าแม่เป็นอะไร ฉันอยากคุยกับพ่อ แต่โทรหาพ่อไม่ติด ฉันเลยโทรหาลุงกัส พ่อเคยบอกว่าถ้ามีอะไรให้โทรหาลุงกัส ฉันบอกลุงกัสว่าแม่เป็นอะไรไม่รู้ แต่ตัวร้อนมาก ลุงกัสบอกให้เอาผ้ามาเช็ดหน้าเช็ดตัวให้แม่ ฉันก็ทำตาม ไม่นานลุงกัสก็มาหา และช่วยดูแลแม่ให้
ฉันอยากให้พ่อมาตรวจแม่มากกว่า แต่พ่อคงไม่ว่าง
***************************
แองจีลฟาดดาบใส่คิงเบฮีมอสก่อนจะกระโดดลงมายืนกับพื้นอย่างสวยงาม เจ้าสัตว์ร้ายโงนเงนแล้วก็ล้มตึงฝุ่นตลบ ไม่นาน ทิวทัศน์ยอดเขาสูงที่มีไอหมอกก็หายไป ซากคิงเบฮีมอสก็หายไปด้วย เหลือเพียงแองจีลที่ยืนนิ่งอยู่กลางห้องเทรนนิ่ง
“ขยันจังเลยนะ ทั้งที่เป็นวันหยุดแท้ ๆ “
แองจีลหันไปตามต้นเสียง ยิ้มน้อย ๆ ให้กับเซฟิรอธที่เพิ่งเดินเข้ามาหา “การฝึกซ้อมไม่มีวันหยุดหรอก แล้ววันนี้ห้องก็ว่างทั้งวันด้วย นายเองก็มาฝึกเหมือนกันใช่ไหม”
เซฟิรอธพยักหน้าน้อย ๆ “นายพอมีเวลาไหม ฉันอยากคุยด้วยหน่อย”
“หือ?” แองจีลเลิกคิ้ว
เซฟิรอธไม่ได้พูดอะไร เขาหมุนตัวเดินออกไป แองจีลก้าวยาว ๆ เดินตามไปทันที พวกเขาไมได้พูดอะไรกัน ไม่จนกว่าจะเดินพ้นไปจากกล้องวงจรปิดทั้งหลาย เซฟิรอธพาแองจีลไปยังห้องเก็บอุปกรณ์เก่าของโซลเดอร์ ก่อนจะปรึกษาเรื่องข้อสงสัยของเขาเกี่ยวกับโฮโจ
แองจีลกอดอก สีหน้าเคร่งขรึมครุ่นคิด หากไม่ใช่เรื่องที่น่าสงสัยจริง ๆ เซฟิรอธก็ไม่มีวันมาปรึกษาเขาเด็ดขาด
“อืม ที่นายพูดมา มันก็น่าสงสัยอยู่เหมือนกัน แต่นายยังไม่มีหลักฐานจริงไหม” แองจีลกล่าว
“ไม่มี มีแค่สมมุติฐาน” เซฟิรอธตอบตรง ๆ
“ถ้าที่นายพูดมาเป็นเรื่องจริง แสดงว่าโฮโจต้องวางแผนอะไรไว้สักอย่าง ว่าแต่ เขาจะทำไปทำไม ในตอนนี้เขาก็ใหญ่ที่สุดในแผนกวิจัยแล้วนะ” แองจีลเสนอความเห็น
เซฟิรอธส่ายหน้า “ก็ไม่แน่หรอก นายก็รู้ องค์กรเราเชิดชูคนที่มีผลงานเด่นชัดมากกว่าคนที่ไม่มีผลงานอะไรเลย แล้วตอนนี้คนที่มีผลงานเด่นกว่าก็คือด๊อกเตอร์กริมัวร์ สองคนนั่นเป็นทั้งเพื่อนและคู่แข่งกันมาตั้งนานแล้ว”
“เหมือนฉันกับนายใช่ไหม” แองจีลยิ้ม
เซฟิรอธยิ้มตอบ ดวงตาเป็นประกาย “ฉันว่าโฮโจคงไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ที่เห็นคนอื่นโดดเด่นกว่าตัวเอง ฉันพยายามจะจับตามองโฮโจ ในขณะเดียวกันคงต้องคอยคุ้มครองด๊อกเตอร์กริมัวร์อยู่ห่าง ๆ “
“ฉันเข้าใจแล้ว นายเกรงว่าโฮโจจะทำกับด๊อกเตอร์กริมัวร์เหมือนที่เคยทำกับด๊อกเตอร์ฮอแลนเดอร์เหรอ”
ด๊อกเตอร์ฮอแลนเดอร์เคยเป็นหัวหน้าโปรเจ็คใหญ่เกี่ยวกับเซลล์กายภาพชนิดหนึ่ง ที่ช่วยเพิ่มพลังกายให้กับโซลเยอร์เป็นอย่างมากในเวลาอันสั้น เหมาะกับพวกทหารใหม่ที่ยังไร้ประสบการณ์เพื่องานบางอย่างที่ต้องใช้พลังกายมากกว่าสมอง โปรเจ็คเกือบจะสำเร็จ มีโซลเยอร์หลายคนสมัครใจยอมเป็นหนูทดลองให้กับโปรเจ็คนี้ ทุกอย่างไปได้สวย วัคซีนเซลล์พิเศษถูกฉีดให้กับโซลเยอร์กลุ่มตัวอย่าง พวกเขามีพลังเพิ่มขึ้นจริง ๆ แค่หมัดเปล่า ๆ ก็สามารถทำลายผนังคอนกรีตได้ง่าย ๆ ประธานองค์กรเกือบจะเซ็นต์อนุมัติผ่านโปรเจ็คนี้ แต่แล้วก็เกิดโศกนาฏกรรมขึ้น
เพียงแค่สามชั่วโมงหลังจากการทดสอบ กลุ่มตัวอย่างเริ่มอ่อนแอลง ไม่เพียงเท่านั้นเรี่ยวแรงก็ไม่เหลือ เส้นผมกลายเป็นสีขาว ในเวลาอันรวดเร็ว โซลเยอร์หนุ่มทั้งหลายก็กลายเป็นคนชราและเสียชีวิตลง โปรเจ็คถูกยุบ ด๊อกเตอร์ฮอแลนเดอร์ถูกย้ายไปยังศูนย์นอกเมือง
มีข่าวลือว่าก่อนหน้าที่จะทำการทดลองกับกลุ่มตัวอย่าง ด๊อกเตอร์ฮอแลนเดอร์ได้เชิญโฮโจเข้ามาชมความคืบหน้าในการวิจัย แต่จริง ๆ แล้วความตั้งใจของฮอแลนเดอร์ก็คือการเยาะเย้ยให้โฮโจเห็นถึงความสำเร็จที่กำลังจะเกิดขึ้นกับตนเอง มีข่าวลือเพิ่มเติมจากผู้ช่วยนักวิจัยของฮอแลนเดอร์ว่าเขาเห็นโฮโจยืนอยู่หน้าหลอดทดลอง อุณหภูมิในหลอดต่ำลงกว่าปกติอยู่ช่วงหนึ่ง แต่ฮอแลนเดอร์ไม่ใส่ใจ เขากำลังฝันหวานถึงความสำเร็จและใบหน้าอันผิดหวังพ่ายแพ้ของโฮโจ แน่นอน เขาไม่มีโอกาสได้เห็น และเป็นโฮโจที่เสนอเอาผิดกับฮอแลนเดอร์ในการวิจัยที่ผิดพลาด
“ฉันรู้ว่านายเข้าใจ” เซฟิรอธกอดอก มองแองจีลตรง ๆ
“เข้าใจแล้ว ฉันจะคอยช่วยดูแลด๊อกเตอร์กริมัวร์ให้ก็แล้วกัน”
“ฝากด้วยนะ”
******************************
วันนี้เป็นวันหยุด และที่สำคัญ เซฟิรอธไม่มีงานด่วน เขาจึงมีเวลาว่าง ปกติเขาจะไม่มาเดินตามถนนแบบนี้ แต่วันนี้เขารู้สึกว้าวุ่นใจ ลางสังหรณ์ร้าย ๆ ของเขามักจะถูกเสมอ และเขาก็เชื่อมั่นในทฤษฏีของเขาเกี่ยวกับโฮโจ ไอ้หมอนี่ต้องวางแผนอะไรไม่ดีสักอย่างแน่ ๆ เพียงแต่เขายังไม่รู้ว่ามันคืออะไรเท่านั้น
แม้เซฟิรอธจะอยู่คนละสายงานกับพวกนักวิจัยทั้งหลาย แต่เขาก็รู้จักนักวิจัยหลายคนขององค์กร ด๊อกเตอร์กริมัวร์ก็เป็นหนึ่งในนั้น และเป็นเพียงไม่กี่คนที่เซฟิรอธค่อนข้างนับถือ ด้วยความสุขุม ใจเย็นสมกับเป็นผู้ใหญ่ที่น่าเคารพ ที่สำคัญ กริมัวร์ไม่เคยอวดความฉลาดเฉลียวของตัวเองเหมือนนักวิจัยคนอื่น ๆ เขารับฟังความเห็นของคนที่อยู่ต่ำกว่าเสมอ ไม่น่าแปลกใจที่ลูกน้องทุกคนรักเขา
หากเกิดอะไรไม่ดีกับด๊อกเตอร์กริมัวร์ เซฟิรอธเองคงไม่สบายใจอย่างมากแน่ ๆ เขาคิดว่าจะลองเปรย ๆ เรื่องข้อสงสัยนี้กับรูฟัสและเส็ง แต่ก็ต้องหลังจากเขามีหลักฐานมากกว่านี้ก่อน
ระหว่างเดินเล่นอยู่ในย่านการค้า เขาก็เหลือบไปเห็นชายหนุ่มผมดำยาว ใบหน้าคุ้นตาคนหนึ่งยืนอยู่ที่แผงหนังสือ ทบทวนความทรงจำอยู่ชั่วเสี้ยวนาที เซฟิรอธก็นึกออกว่าชายหนุ่มคนนี้คือคนเมาที่เดินชนเขาเมื่อคืนที่หน้าบาร์ของทิฟานั่นเอง
“โอย หนักจังเลย ลูกพี่ ซื้ออะไรตั้งเยอะแยะเนี่ย” เด็กหนุ่มคนหนึ่งที่มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นพวกลูกกระจ๊อกในแก๊งค์อันธพาลกำลังโอดครวญปอด ๆ สองมือของเขาเต็มไปด้วยข้าวของที่ดูเหมือนเป็นผักกับของสดที่ใช้ทำอาหารทั้งนั้น
“ไม่อยากกินของอร่อย ๆ เหรอ?” ชายหนุ่มผมดำยาวหันไปถามเด็กหนุ่มที่ทำตาโต
“วินซ์ อย่าไปยั่วมันนะ ไอ้นี่มันตะกละ” ชายหนุ่มผมแดงอีกคนที่เพิ่งเดินมาสมทบเขกหัวเด็กหนุ่ม เซฟิรอธจำได้ว่าชายผมแดงคนนี้คือคนที่เข้ามาขอโทษแทนคนที่ชื่อวินซ์
“โอ๊ย โธ่ ลูกพี่ครับ เปล่าซะหน่อย” เด็กหนุ่มร้องโอดครวญ
วินเซนต์หัวเราะ “เอางี้ นายรีบเอาของพวกนี้กลับไปเร็ว ๆ เลย ฉันจะได้ทำอาหารค่ำให้ทานคืนนี้ ดีไหม”
เด็กหนุ่มร้องเย้อย่างลิงโลดพร้อมกับรีบวิ่งจากไป วินเซนต์กับชายหนุ่มผมแดงหัวเราะ ก่อนจะเดินตามไป
เซฟิรอธรอจนพวกเขาเดินไปแล้ว ก่อนจะเดินมาหยุดตรงแฝงหนังสือ สายตามองไปยังหนังสือที่วินเซนต์หยิบมาดูแล้ววางกลับไป เขาเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ มันคือหนังสือทำอาหาร
******************************
กริมัวร์เดินซื้อของตามลำพัง ที่บ้านไม่มีของใช้อะไรเลยแม้แต่อาหารสำเร็จรูป แสดงว่าวินเซนต์ไม่ได้อยู่บ้านเลยตลอดเวลาที่เขาทำงานวิจัย เมื่อวานเขารู้สึกเสียใจที่ลูกไม่ได้อยู่ร่วมแสดงความยินดีกับความสำเร็จ แต่วันนี้ เขาเริ่มรู้สึกโกรธที่ลูกทิ้งบ้านให้รกร้าง บ้านหลังนี้เป็นบ้านจากน้ำพักน้ำแรงของเขากับเวียร์ร่า ภรรยา และวินเซนต์ก็เกิดและเติบโตที่นี่ ไม่ว่าอะไรก็ตาม วินเซนต์ไม่ควรทิ้งบ้านให้อยู่ในสภาพแบบนี้
กริมัวร์ไม่ถนัดการจับจ่ายซื้อของ แต่ก่อนเวียร์ร่าเป็นคนจัดการเรื่องพวกนี้ทั้งหมด ภรรยาของเขาเป็นแม่บ้านที่แสนวิเศษ และเขาก็ยังคงรักเธอตลอดเวลา
“มาซื้อของหรือครับ ด๊อกเตอร์” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยทัก กริมัวร์หันไปตามเสียง แปลกใจที่เห็นเซฟิรอธยืนอมยิ้มอยู่ด้านหลัง
แม้กริมัวร์จะเป็นผู้ชายและเป็นผู้ใหญ่แล้ว แต่เขาก็รู้สึกได้ว่ารอยยิ้มของเซฟิรอธมีพลัง เขาไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเด็กสาว ๆ และหนุ่ม ๆ ถึงได้หลงรักเทิดทูนเซฟิรอธนัก หากเขาเด็กกว่านี้สักยี่สิบสามสิบปี เขาอาจจะหลอมละลายไปกับรอยยิ้มนี้แล้วก็ได้
“เอ่อ ใช่ ที่บ้านไม่มีข้าวของเหลือเลย ฉันไม่ค่อยได้กลับบ้านน่ะ” กริมัวร์ตอบตามมารยาท
“ผมช่วยถือนะครับ” เซฟิรอธยื่นมือมาถือข้าวของทั้งหมดให้กริมัวร์โดยไม่รอฟังคำตอบ
“ขอบใจนะ” กริมัวร์ตอบ มีคนมาช่วยถือของก็ดี เขาเป็นนักวิจัย ไม่ค่อยต้องออกแรงมากนัก พอต้องมาถือข้าวของเต็มมือแบบนี้ ก็เริ่มปวดแขนขึ้นมาทันทีเลย
ระหว่างทางเดินกลับบ้าน เซฟิรอธสอบถามกริมัวร์เรื่องผลงานวิจัยและแสดงความยินดีที่ผลงานสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี กริมัวร์รู้สึกได้ว่ามีสายตาหลายคู่จับจ้องพวกเขา แต่เซฟิรอธดูจะไม่ใส่ใจ เขาคงชินชากับการถูกมองแบบนี้อยู่แล้ว
“เข้ามาสิ” กริมัวร์เปิดประตูให้เซฟิรอธเข้ามา “วางไว้ที่โต๊ะนั่นล่ะ เอากาแฟไหม”
“ขอบคุณครับ” เซฟิรอธไม่ปฏิเสธ เขาค้อมศีรษะขอบคุณ พอกริมัวร์เดินเข้าไปชงกาแฟ เขาก็เริ่มสำรวจ
เซฟิรอธคิดว่าบ้านของกริมัวร์จะใหญ่โตราวกับคฤหาสน์แบบโฮโจ แต่เขาคิดผิด บ้านของกริมัวร์เป็นเพียงบ้านธรรมดาสองชั้นที่ดูเหมือนบ้านของพนักงานธุรการธรรมดาทั่วไป ไม่มีเครื่องเรือนหรูหรา มีแต่โซฟาธรรมดา ๆ กับชั้นหนังสือที่อัดแน่นไปด้วยหนังสือหนา ๆ เรียงเต็มผนัง มันดูเหมือนเป็นบ้านที่อบอุ่น แต่เซฟิรอธสัมผัสความเงียบเหงาแปลก ๆ ในห้องนั้นได้
สายตาของเขาหยุดอยู่ที่กรอบรูปแขวนผนัง ภาพนี้ยังดูใหม่กว่าภาพอื่น ๆ ที่ทำให้เซฟิรอธหยุดมองก็คือเขาจำบุคคลในภาพได้ ชายหนุ่มผมดำยาว แม้ในภาพจะรวบผมเรียบตึง แต่ก็ไม่ผิดแน่ นั่นคือวินเซนต์ ในภาพนั้นวินเซนต์กำลังยืนอยู่ข้างเก้าอี้ที่กริมัวร์นั่งอยู่ พวกเขาอยู่ในชุดสูทเต็มยศเรียบร้อย บนตักของกริมัวร์มีภาพถ่ายในกรอบรูปเป็นภาพของหญิงสาวสวยคนหนึ่ง ใบหน้าของเธอดูละม้ายคล้ายวินเซนต์มาก นี่คงเป็นแม่ของวินเซนต์ ภรรยาของกริมัวร์ ภาพอื่น ๆ ที่ติดผนังก็ล้วนแต่เป็นภาพของครอบครัว มีภาพวินเซนต์ตอนเด็ก ๆ แม่ของเขา แต่น่าแปลกคือ แทบไม่มีภาพของกริมัวร์เลย โดยเฉพาะภาพที่ถ่ายรวมกันสามคน
“นั่นเวียร์ร่า ภรรยาของฉันเอง” กริมัวร์เดินถือถ้วยกาแฟมาให้เซฟิรอธ “ส่วนนั่นก็วินเซนต์ ไม่รู้ว่านายเคยทำงานกับลูกชายฉันบ้างหรือเปล่า”
“ยังไม่เคยครับ” เซฟิรอธตอบ บางครั้งโซลเยอร์ก็ต้องทำงานร่วมกับทาร์ค แต่กับวินเซนต์ เซฟิรอธยังไม่เคยทำงานด้วยสักครั้ง
กริมัวร์ยิ้มนิด ๆ จิบกาแฟแล้วก็มองภาพของวินเซนต์อย่างโหยหา “ฉันคิดถึงวินซ์มาก เขาไม่ได้กลับบ้านเลยช่วงที่ฉันไม่อยู่”
“เอ๋?” เซฟิรอธเลิกคิ้ว
“ฉันรู้ว่าฉันไม่ค่อยมีเวลาให้เขา แต่ฉันคิดว่าเขาเข้าใจ ว่าที่ฉันทำไปก็เพื่อส่วนรวม และก็เพื่อเขา เมื่อวานที่มีงานฉลองน่ะ ฉันไม่ได้คุยกับเขาเลยสักคำ กลับบ้านก็คิดว่าจะได้เจอกัน แต่ ... เขาก็ไม่กลับ” กริมัวร์นิ่งเงียบไป ก่อนจะหัวเราะเศร้า ๆ “ขอโทษที ฉันไม่ควรมาบ่นให้นายฟัง”
เซฟิรอธไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่ยิ้มนิด ๆ ว่าเขาเข้าใจ และเขาก็อดสงสารกริมัวร์ไม่ได้
*****************************
TBC
- หมดมุขอัพบล็อคอีกแล้ว เลยเอาฟิคมาลงค่ะ
- ตอนเก่า หาอ่านจาก Recommend ด้านข้างค่ะ
