[FF7] OWS : Case of Nanaki #2

posted on 28 Jun 2009 13:01 by glorfindel in Final

On the way to smile : Case of Nanaki
Written By : Kazushige Nojima
Translated to English by : Xcomp
To Thai by : BeeJang
Source : http://xcomprandomness.co.uk/ff7novels/

บทนำ - http://glorfindel.exteen.com/20090623/case-of-nanaki
#1 - http://glorfindel.exteen.com/20090625/ff7-ows-case-of-nanaki-1 

...........................

ออกจากคอสโมแคนย่อน นานากิวางแผนคร่าว ๆ ของการเดินทาง ก่อนอื่นเขาจะไปทางตะวันตกที่ซึ่งวูไท บ้านเกิดของยุฟฟี่ตั้งอยู่และจากนั้น เขาจะเดินทางไปรอบ ๆ เพื่อดูเกาะแคบยาวนั้นทั้งทางเหนือใต้ หลังจากนั้น เขาจะไปทางตะวันออก เกาะใหญ่แห่งนั้นมีร๊อคเก็ตทาวน์ที่ซิดอาศัยอยู่ คอเรลบ้านเกิดของบาร์เร็ต และนีเบลเฮล์ม บ้านเกิดของทิฟาและคลาวด์ จากนั้นเขาจะพยายามขึ้นเหนือ เขาคิดถึงการไปเยี่ยมเยียนชายแดนร้างผู้คน ทุกซอกมุมคงใช้เวลานานมาก แต่นานากิไม่ได้กังวลตรงนั้นเท่าไหร่ สำหรับนานากิที่เผ่าพันธุ์มีอายุยืนยาวกว่าห้าร้อยปีหรืออาจจะเป็นพันปีที่ไม่มีมนุษย์ผู้ใดอยู่ถึง เวลาจะมีความหมายอะไร?

“อย่าใจร้อน ฉันคงมีชีวิตยืนยาวกว่าใคร ๆ อยู่ดี”

* * *

วูไทเป็นจุดหมายของนานากิ หากเป็นไปได้ เขาวางแผนจะไปพบยุฟฟี่ ยุฟฟี่จะมาหาเขาเสมอและปฏิบัติต่อเขาราวกับเขาเป็นสัตว์เลี้ยงของเธอ แต่นานากิก็ไม่ว่าอะไร คิดว่าคงเป็นวิธีแสดงความเป็นมิตรของยุฟฟี่ต่อเขา

“มันง่ายที่จะเข้าใจว่ายุฟฟี่คิดอะไรอยู่” นานากิคิด การถูกห้อมล้อมด้วยสหายที่อายุมากกว่าเธอ ยุฟฟี่มักจะท้าทายพวกเขาเสมอ จากการร่วมต่อสู้ด้วยกัน เธอจะยืนยันว่าอายุที่ต่างกันไม่ได้มีความหมายใด นานากิเข้าใจความรู้สึกที่ว่าดี บางทีเธอกำลังหมายถึงอายุทางด้านจิตใจ อย่างไรก็ตาม เขามักมีความรู้สึกหลากหลายมากเมื่อไม่เข้าใจการกระทำของยุฟฟี่ที่อายุสิบห้าสิบหก แม้ว่าเขาจะอยู่มาแล้วเกือบห้าสิบปี แต่เป็นเพราะมนุษย์มีความผู้ใหญ่แตกต่างกับเขา เขาควรจะเลิกทำความเข้าใจเธอ

เมื่อนานากิเข้าใกล้วูไท เขาเจอยุฟฟี่โดยบังเอิญ เขากำลังคิดว่าจะทำให้เธอตกใจเล่นและทำเหมือนว่าเธอกำลังถูกโจมตี แต่จากการเฝ้ามองยุฟฟี่จากเนินสูง มันดูเหมือนไม่ใช่เวลาที่เหมาะนัก เบื้องหลังอของเธอหันเข้าหาวูไทเมื่อเธอลากเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่อายุรุ่นราวเดียวกับเธอจากข้อเท้า บางทีเธอคงทำแบบนี้มานานแล้ว มีทางลากยาวด้านหลังเด็กหนุ่มบนทุ่งหญ้า เขาไม่รู้ว่าเด็กหนุ่มจะยังมีชีวิตอยู่ไหม แต่ยุฟฟี่พยายามพูดกับเขาอย่างสิ้นหวังก่อนยุฟฟี่จะหยุด เมื่อนานากิคิดว่าเธอคงหยุดพัก ยุฟฟี่ก็ยกเด็กหนุ่มขึ้น และพยายามจะแบกเขาด้านหลัง อย่างไรก็ตาม ยุฟฟี่ไม่แข็งแรงพอและดูเหมือนว่าเธอกำลังแย่

“สงสัยไม่ช่วยไม่ได้แล้ว” นานากิกล่าวลอย ๆ และตรงไปหายุฟฟี่ ความรู้สึกของการไปช่วยใครบางคนที่ไม่ได้คาดหวังความช่วยเหลือเป็นความรู้สึกที่ไม่เลวเลย นานากิค่อย ๆ คืบคลานไปหายุฟฟี่ที่ไม่ทันสังเกตเขาเลยและเอ่ยถาม

“จะให้ฉันช่วยไหม?”

เพื่อนของยุฟฟี่เป็นเด็กผู้ชายชื่อว่า “ยูริ” เขาติดเชื้อจากมิดการ์ มันคือเชื้อที่น่าสะพรึงกลัวที่มีสสารสีดำวิ่งผ่านขาของเขาราวกับเขากำลังจะตาย นอกจากการซ่อมแซมความเสียหายของมิดการ์ เชื้อโรคนี้คือปัญหาใหญ่ นานากิได้ยินว่ามันแพร่เชื้อได้ แต่ยุฟฟี่สัมผัสยูริราวกับเธอไม่สนใจ เขาเริ่มจะกังวล บางทีเธอควรจะรวบคอบหน่อย อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาคุยกับเธอเรื่องนี้ เขารู้ว่ายุฟฟี่รู้แล้วเรื่องที่บางทีเชื้อโรคอาจจะติดต่อได้ อะไรล่ะคือความสะเพร่า? เดี๋ยวสิ นานากิคิดใหม่ มันไม่ใช่ความสะเพร่า มันคือความสงสาร ยุฟฟี่ – ฉันไม่รู้นะว่าพวกเธอสนิทกันแค่ไหนแต่ – เธอไม่อาจทิ้งเพื่อนได้ ความคิดของเขาเริ่มเปลี่ยนไปเกลียดยูริ เขาแค่ไม่เข้าใจว่ายุฟฟี่สามารถสงสารได้ไงเมื่อเธอรู้ว่าเธออาจติดเชื้อ นั่นมันทำให้ฉันโกรธ อย่างไรก็ตาม ไม่มีอะไรที่นานากิทำได้ นี่คือเพื่อนของยุฟฟี่ แต่ราวกับเป็นการแก้แค้น เมื่อยุฟฟี่ถามถึงการใช้มาเทเรียในการรักษาโรค เขาบอกเธอตรง ๆ ว่ามันไม่มี ยุฟฟี่โกรธจัด เขาไม่ได้คาดคิดเลย เขาไม่เคยหวังที่จะเห็นความเศร้าในดวงตาของเธอ นานากิรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งกับสิ่งที่เพิ่งกล่าวกับเธอไป

ไม่นาน พวกเขาก็ไปถึงวูไทและพักที่นั้นหลายวัน ยุฟฟี่เริ่มดูแลผู้ป่วยที่ถูกกักบริเวณที่นั่น นานากิช่วยเหลือเมื่อเขาถูกสั่ง แต่บ่อยครั้งเขามักจะเฝ้ามองโรคร้าย เขาคิดว่าเขาควรจะเก็บมันไว้ในความทรงจำด้วย มันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต

“เฮ้ นายน่ะ จริงเหรอที่นายพูดได้?” ผู้ป่วยคนหนึ่งถาม

“แปลกดี ทำไมชินระถึงสร้างอะไรแบบเขานะ? พวกเขาคงทำผิดพลาดและมอบหัวใจให้เขา นายไม่คิดบ้างเหรอว่ามันจะดีกว่าถ้าพวกเขาสร้างอะไรสำหรับมนุษย์บ้าง?”

“หืม --- “ ในขณะนั้น นานากิถึงตระหนักได้ เขารู้สึกว่าการมีความรู้สึกและความคิดแบบเดียวกับมนุษย์ทั่วไปทำให้เขาเข้าใจพวกเขา มันเป็นงานของเขาที่ทำให้ผู้คนของเขารู้ถึงอนาคตที่มีมนุษย์มาเกี่ยวข้อง ตอนนี้ฉันเรียนรู้สิ่งอื่นแล้ว นานากิคิด

* * *

นานากิอยากจะพักกับยุฟฟี่ที่วูไทนานกว่านี้เพื่อเขาจะได้เฝ้าดูสถานการณ์ในวูไทและผู้ป่วย แต่ยุฟฟี่สั่งให้เขาไปหาข้อมูลเกี่ยวกับเชื้อโรคนี้ เขาจึงออกจากวูไท เมื่อเขากำลังจะเข้าไปยังหุบเขาตรงที่จะมองไม่เห็นวูไทอีก นานากิหันกลับไปและมองยังเมือง เขาแน่ใจว่าเขาเห็นร่างเล็ก ๆ ของยุฟฟี่กำลังทำงานก่อสร้างกระท่อมเล็ก ๆ หน้าเมือง มันดูเหมือนเขาเข้าไปไกลในหุบเขามากกว่าที่เขาคิด

“โอ ไม่เป็นไร ฉันแค่มาที่นี่อีก” นานากิคิดแต่ในขณะนั้นเขารู้สึกเจ็บในหัวใจ กิลลิแกน มันโผล่มาอีก คราวนี้นานากิตั้งใจจดจ่อกับกิลลิแกนเพื่อให้แน่ใจว่าตัวตนของมันคืออะไร จิตวิญญาณสีดำสั่นสะท้านและไม่นานบางสิ่งลอยขึ้นมาเบื้องบน มันเป็นใบหน้าของผู้คนจากคอสโม่คอนย่อน ใบหน้าพวกเขาดูสงบสุข แต่ไม่นาน พวกเขาก็หายไปราวกับถูกดูดกลับไปยังพื้นผิวสีดำ เมื่อกี้ใบหน้าพวกนั้น – เอ่อ? เมื่อเขาตระหนักได้ว่าเขานึกชื่อพวกเขาไม่ออก เขาเริ่มตัวสั่นอีก ความสั่นเทารุนแรงจนเขาไม่อาจทนได้จึงนอนลง จำให้ได้ จำชื่อพวกเขา นานากิให้กำลังใจตนเอง ไม่นานนัก ใบหน้าของยุฟฟี่ลอยขึ้นมาเหนือจิตวิญญาณสีดำ เธอดูสงบแต่สีหน้าของเธอเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน จากนั้นใบหน้าของเธอก็หายไปราวกับจมหายไปในทะเลดำ จากนั้น ใบหน้าของคนตายก็ลอยขึ้นมาข้างบน ผู้คนของหุบเขากำลังจะตายหรือเปล่า? ความกลัวโจมตีเขา

“ช่วยด้วย!”  นานากิตัวงออยู่บนพื้น ร่างกายสั่นเมื่อเขาร้องเรียกดวงดาวให้ช่วย เมื่อเขากำลังจะเรียกหายุฟฟี่ กิลลิแกนก็หายไป นานากิพยายามลุกยืนและมองรอบ ๆ เขาวิ่งไปยังข้างหุบเขาและมองวูไท เขาเห็นยุฟฟี่ทำกำลังทำงานอยู่ตรงนั้นด้วย

วันหนึ่ง ยุฟฟี่จะแก่และตายจากไป และมีคนแก่หลายคนท่ามกลางผู้คนของหุบเขา พวกเขาก็เหมือนกันที่จะจากไปไวกว่าเธอ มันเศร้านักที่จะคิดถึงมัน เมื่อเขาปาดน้ำตา มันไม่มีข้อสงสัยเลยว่ามันจะใช้เวลานานกว่าเขาจะสงบลง แต่ทำไมกิลลิแกนถึงปลดปล่อยความกลัวข้างในเขาเมื่อมันทำให้เขาคิดถึงความตาย?

หรือร่างจริงของกิลลิแกนคือความกลัวที่เขารู้สึกเมื่อคนอื่น ๆ ตายจากไป? นานากิส่ายศีรษะและบังคับความคิดแย่ ๆ ออกจากหัว วันหนึ่งเวลานั้นจะมาถึง แต่ถึงกระนั้น ฉันก็ไม่อยากคิดถึงความตายของเพื่อน ๆ เขาคิด

นานากิเปลี่ยนแผนการเดินทาง และตัดสินใจจะไปตรวจสอบ “โรคของมิดการ์” ที่ยุฟฟี่และคนอื่น ๆ อ้างถึง

สถานที่ที่ดีที่สุดที่จะเก็บข้อมูลคือมิดการ์ ยิ่งข้อมูลมาก บางทีเขาก็คงสับสนมาก อย่างไรก็ตาม คลาวด์ผู้ซึ่งเข้าใจทุกสิ่งอย่างล้ำลึกและทิฟาผู้ฉลาดเฉลียวก็อยู่ที่นั่น หากเขาจะไปอยู่ที่นั่นสักพัก เขาคงไม่มีปัญหาในการเรียนรู้อะไรสักอย่าง

........................................

TBC

- ไม่รู้จะ ปล. อะไร แต่อยากเขียน
- อ้อ จบ Little Big Planet แล้วค่ะ
- เขาจะซื้อ FF7 ทาง PSN ดีไหม จะได้มาประดับ PS3
- ตอนนี้รอฤกษ์อยู่ เอิ๊กกก ๆ

Comment

Comment:

Tweet

โอยยยย อ่านแล้วปวดใจมากมายคะพี่บี

#3 By noei1984 on 2009-06-29 23:24

ขอบคุณมากครับพี่บี จะรออ่านตอนต่อไปนะครับ big smile

อ่านแล้วสงสัยนานากิเหมือนกัน... อายุยืน ก็ต้องทนเจ็บปวดกับการมองดูสหายรักที่จากไปมากกว่าใครๆ

#2 By Tae & BoN on 2009-06-29 01:53

โฮๆๆๆ
ขอหมายเหตุว่าไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับเอนทรี่นี้แต่อย่างใด*sad smile

นั่งอ่านFor the love of an elfที่พี่บีแปลไว้ในgeocities พร้อมกับน้ำตาหยดแหมะๆ(เช่นเคย)
เชื่อมั้ยว่าในgeocitiesมีแค่15ตอน กีวี่ก็อ่านมันแค่15ตอน ร้องไห้กับแค่นี้ มาตั้งแต่... 5,6หรือ7ปี ช่างเถอะ หลายปีทีแล้ว มีเมื่อปิดเทอมที่ผ่านมาเพิ่งเคยเข้าไปเปิดดูตัวภาษาอังกฤษจริงๆครั้งแรก แอบสงสัยจังว่าพี่บีแปลแค่นี้หรือไปลงที่อื่นรึป่าวน้า เพราะภาษาอังกฤษเรื่องนี้มันยากเกินเยียวยาจริงๆ แถมตอนที่15จบแบบทิ้งทวนให้คนอ่านอยากจะกรี๊ดด้วยความคลั่งซะด้วย โกรธกลอร์ฟี่ที่สุดเลยอ่ะ เรื่องนี้ ทำอย่างนี้ได้ไงหาาาา!!

ตกลงเว็บจะปิดจริงๆหรอ? แหงะ เสียดาย สรุปประเด็นมีแค่บรรทัดสุดท้ายนี่แหละค่ะ พูดอะไรมาได้ตั้งยาวเนี่ยเรา555+

ฝันดีนะคะ

#1 By Giwi on 2009-06-28 23:12