[Fic Final 7] Fallen Rain #2

posted on 14 Jun 2009 12:33 by glorfindel in Fic

ใครงง เชิญอ่านตอน 1 ได้ที่นี่ค่ะ

.....................................

Title : Fallen Rain
Author : BeeJang
Rating :
PG13 - NC17 (ในบทหลัง ๆ )
Pairing : Sephiroth / Vincent, Others
Disclaimer : ตัวละครเป็นของ Square Enix
Warning : ห้ามคัดลอกไปเผยแพร่ที่อื่น โดยไม่ได้รับอนุญาต


***************************

ไดอารี่
14 ตุลาคม 20XX

เมื่อคืนฉันนอนกับแม่ แม่กอดฉันไว้แน่นทั้งคืน

พ่อไม่กลับมาฉลองวันเกิดให้ฉัน

พ่อไม่รักฉันแล้วเหรอ


***************************

เสียงหอบหายใจถี่สะท้านเคล้าเสียงครวญครางดังลั่นในห้องหรูของโรงแรม ไม่นานนักเสียงอันเร่าร้อนก็สงบลง เหลือเพียงลมหายใจหอบสะท้าน

กริมัวร์พลิกร่างลงนอนมองเพดาน ความสุขจากการร่วมรักยังแผ่ซ่านกำจายอยู่ทั่วร่าง กลิ่นหอมของผิวกายลูเครเซียยังอบอวลอยู่ หล่อนขยับร่างอวบอิ่มมาเบียดซบ แขนเรียวยกโอบกอดเขาอย่างหลงใหล

มันเป็นค่ำคืนแห่งความสำเร็จและการเฉลิมฉลอง เมื่อเสร็จจากงานเลี้ยง พวกเขาก็ฉลองกันต่อบนเตียง

“คิดอะไรอยู่คะ ด๊อกเตอร์ วันนี้คุณควรมีความสุขที่สุดนะคะ งานที่คุณตั้งใจทำมาตลอดชีวิตก็สำเร็จแล้ว” ลูเครเซียกล่าว ขยับใบหน้าขึ้นมาระดับเดียวกับกริมัวร์

“วินซ์น่ะ วันนี้ฉันยังไม่เจอเขาเลย”

ลูเครเซียคลี่ยิ้มอย่างเข้าอกเข้าใจ หลายปีที่ได้อยู่ใกล้ชิด ช่วยทำงานเป็นมือขวาให้กริมัวร์ หล่อนย่อมรู้ดีว่าวินเซนต์สำคัญที่สุดสำหรับกริมัวร์ “แต่เขาอยู่ในงานนะคะ แม้จะมาทำงานก็เถอะ เขาต้องยินดีในความสำเร็จของคุณแน่ ๆ “

“เธอคิดอย่างงั้นจริง ๆ เหรอ?” กริมัวร์หันมองลูเครเซีย จ้องไปยังดวงตาสีน้ำทะเลเข้มอันอ่อนโยนของหล่อน

“ใช่สิคะ” ลูเครเซียขยับขึ้นไปจูบกริมัวร์ “ไม่ว่าใครก็ต้องยินดีกับคุณค่ะ”

กริมัวร์นิ่งไปเหมือนกำลังทบทวนในสิ่งที่ลูเครเซียพูด ใบหน้าของหล่อนอยู่ใกล้มาก กลิ่นหอมหวานของผิวกายลอยฟุ้งขึ้นมาอีก ลูเครเซียจูบกริมัวร์เนิ่นนาน ขยับร่างเปลือยอันน่าหลงใหลขึ้นคร่อมบนร่างที่เปล่าเปลือยเหมือนกันของเขา แล้วก็เริ่มขยับปลุกเร้า กริมัวร์ก็คิดอะไรไม่ออกอีก

**************************

ที่ห้องหรูข้าง ๆ กัน เซฟิรอธเพิ่งเสร็จกิจกับสาวสวยสองนางที่เขาเพิ่งหิ้วออกมาจากบาร์ พวกหล่อนสลบไสลอยู่บนเตียงใหญ่และคงไม่ตื่นจนกว่าจะเช้า เขาเดินเข้าไปในห้องน้ำ เปิดน้ำเย็นล้างตัวให้สะอาด ลบกลิ่นน้ำหอมราคาถูกและกลิ่นอบอวลของเซ็กส์ออกจากผิวกาย ก่อนจะแต่งตัวและออกไปจากห้องโดยไม่เหลียวมองคู่นอนทั้งสองคนเลย

เซ็กส์คือธรรมชาติและความต้องการของร่างกาย เซฟิรอธไม่เคยรู้สึกผิดกับการมีเซ็กส์ แม้คู่นอนของเขาจะไม่ซ้ำหน้ากันเลย มันเป็นการสมยอมกันทั้งสองฝ่าย และส่วนมากฝ่ายตรงข้ามมักจะทอดสะพานมาหาเขาเองด้วยซ้ำ การได้ถูกคนอย่างเซฟิรอธโอบกอด มันคือความใฝ่ฝันสุดยอดของหนุ่มสาวหลายคน

แค่คืนเดียว ไม่มีพันธะ ไม่มีข้อผูกมัด

เซฟิรอธลงมาที่ล็อบบี้โรงแรม เวลาล่วงเลยผ่านเที่ยงคืนเข้าสู่วันใหม่แล้ว ทำให้ล็อบบี้ที่กว้างอยู่แล้วดูจะกว้างขึ้นไปอีกเมื่อแทบไม่มีผู้คนเลยนอกจากพนักงาน เซฟิรอธยังไม่อยากกลับห้องพัก ร่างกายที่เพิ่งผ่านศึกบนเตียงมาหมาด ๆ ยังไม่ต้องการที่จะพักผ่อนและเขาก็คงยังหลับไม่ลงแน่ ๆ เขาจึงไปนั่งที่โซฟา จิบไวน์องุ่นชั้นเลิศและเหม่อมองไปรอบ ๆ

เซฟิรอธคิดถึงภารกิจล่าสุดที่เพิ่งเสร็จสิ้น การไปตามล่าสัตว์ทดลองที่หลุดไปจากศูนย์วิจัยห่างไกลแห่งหนึ่ง มันดูเหมือนเป็นภารกิจทั่วไปที่ไม่น่าจะมีอะไรให้กังวล แต่เขากลับติดใจสงสัยอยู่หลายอย่าง มันเกิดเหตุแบบนี้ขึ้นสามครั้งภายในรอบหนึ่งปี แม้จะเป็นคนละศูนย์ แต่ก็บ่อยเกินไป สัตว์ที่หลุดออกมาแข็งแกร่งเกินกว่าสัตว์ทดลองทั่วไป และที่สำคัญ สัตว์พวกนั้นมีโฮโจเป็นหนึ่งในทีมผู้วิจัยทุกครั้ง

เซฟิรอธไม่อยากตั้งข้อสงสัยโฮโจ เขาเป็นนักวิจัยระดับสูงที่สร้างผลงานอันน่าทึ่งให้กับองค์กรเสมอ แต่พฤติกรรมของโฮโจน่าสงสัย เขามักจะหายตัวจากสำนักงานใหญ่ประมาณสองสามเดือน กลับมาแล้วก็หายตัวไปอีก โฮโจชอบทำตัวลึกลับ พูดจาแปลก ๆ และหยิ่งยโสวางท่าราวกับเป็นคนใหญ่โตที่สุดในองค์กร

ระหว่างที่เซฟิรอธกำลังคิดหาทางสืบเรื่องโฮโจเงียบ ๆ เขาก็เหลือบเห็นนักวิจัยคุ้นตาเดินตัดล็อบบี้ออกไปข้างนอก แม้จะเห็นหน้าเพียบแวบเดียว แต่เซฟิรอธก็จำได้ว่าคน ๆ นี้คือกริมัวร์ วาเลนไทน์ หัวหน้านักวิจัยโปรเจ็คไลฟสตรีมจำลองกับผู้ช่วยสาวลูเครเซีย เครสเซนต์

เซฟิรอธเลิกคิ้วนิด ๆ สายตามองตามไปอย่างฉงนใจ เขาเห็นกริมัวร์ยืนส่งลูเครเซียขึ้นรถ ท่าทีของหญิงสาวดูร่าเริงมีความสุข เขาเห็นกริมัวร์ยิ้มน้อย ๆ ยืนส่งจนลูเครเซียขับรถออกไป แล้วจึงขึ้นรถของตัวเองขับไปอีกทาง ไม่ต้องบอก เซฟิรอธก็เดาได้ว่าสองคนนี้คงมีความสัมพันธ์มากกว่าหัวหน้าและผู้ช่วยแน่ ๆ แต่นั่นก็ไม่ใช่ธุระอะไรของเขา เรื่องของคนอื่น เขาไม่สนอยู่แล้ว

เซฟิรอธละเลียดไวน์จนหมดแก้ว ก่อนจะลุกเดินออกไป

*******************************

กริมัวร์ขับรถกลับบ้าน เขาไม่แน่ใจว่าวินเซนต์จะเข้านอนแล้วหรือยัง แต่ถ้ายัง เขาคงจะได้มีโอกาสพูดคุยกับวินเซนต์บ้าง วันนี้ทั้งวัน เขายังไม่ได้คุยกับลูกเลยแม้แต่คำเดียว ทั้งที่เขาอยากจะให้ลูกอยู่ข้างกายตลอดแบบที่รีฟพูด จะว่าไป เขาเองก็ไม่ได้กลับบ้านมาตลอดสองเดือน มันเป็นคืนวันอันแสนสาหัส ความตื่นเต้นจากการที่โปรเจ็คเริ่มสำเร็จผลทำให้เขายุ่งตลอดเวลา เขารู้ว่าวินเซนต์เข้าใจ และจะยังรอเขาอยู่ที่บ้านเสมอ

กริมัวร์ยอมรับว่าความสัมพันธ์ของเขากับวินเซนต์ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก ตั้งแต่เวียร์ร่าตาย จากเด็กน้อยที่ร่าเริงสดใส วินเซนต์กลายเป็นเงียบขรึม และเก็บตัว หลายครั้งก็ดื้อดึงจนก้าวร้าว สร้างปัญหารบกวนใจเขาเสมอ แต่เขาก็คิดว่านั่นเกิดจากความเสียใจที่แม่ตาย และวินเซนต์ต้องเติบโตขึ้นโดยปราศจากแม่ กริมัวร์ยอมรับว่าเขายุ่งกับงานวิจัยมากจนแทบไม่มีเวลาดูแลลูก แต่เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม โปรเจ็คไลฟสตรีมจำลองของเขามีค่ามากกว่าความสุขส่วนตัว เขารู้ว่าวินเซนต์ต้องเข้าใจ

คนเป็นพ่อย่อมอยากเห็นลูกมีความสุขและมีชีวิตก้าวหน้าสดใส กริมัวร์เห็นแววไหวพริบอันเฉียบแหลมและทักษะการยิงปืนอันยอดเยี่ยมของวินเซนต์ตั้งแต่ยังเด็ก เขาจึงปูทางให้วินเซนต์ได้เข้าฝึกฝนเฉพาะทาง ฝากฝังลูกกับหัวหน้าฝ่ายสืบสวนพิเศษขององค์กร สุดท้ายพอวินเซนต์เรียนจบ เขาก็ได้ทำงานในองค์กรโดยทันที

กริมัวร์เลี้ยวรถเข้าไปจอดหน้าบ้าน ไฟในบ้านปิดมืดมิด วินเซนต์คงหลับแล้ว งานของลูกของเหนื่อยมากกว่าเขา เพราะต้องสอดส่องดูแลความเรียบร้อยของงานใหญ่โตตลอดเวลา

กริมัวร์คลี่ยิ้ม พรุ่งนี้คงได้คุยกัน เขาไขกุญแจเข้าไปในบ้าน กดเปิดไฟ ก่อนจะหรี่ตาอย่างสงสัยในความเงียบผิดปกติ

ในบ้านไม่มีบรรยากาศแห่งชีวิตหลงเหลืออยู่เลย มันดูร้างและเงียบเชียบราวกับไม่มีผู้ใดอาศัยในบ้านมาเป็นเวลานาน โต๊ะและตู้ไม้มีฝุ่นเกาะจับหนา พื้นบ้านก็มีแต่ฝุ่นเช่นกัน กริมัวร์รีบวิ่งขึ้นไปชั้นสอง ตรงไปยังห้องนอนของวินเซนต์ มันว่างเปล่าไร้ผู้คน ผ้าคลุมเตียงขึงตึงมีฝุ่นเกาะหนาเช่นเดียวกับเฟอร์นิเจอร์ด้านล่าง บ่งบอกว่าไม่มีใครอาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้มาเป็นเวลาพอสมควรแล้ว

กริมัวร์ทรุดตัวลงที่ปลายเตียง ถอนใจยาว มือกุมหน้าผาก ความหวังที่จะได้อยู่พูดคุยกับลูกในช่วงเวลาที่พิเศษที่สุดของเขาพังทลายลงแล้ว

******************************

วินเซนต์ตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการเมาค้าง เขาอาเจียนตลอดช่วงเช้า ล้มพับไปกองกับพื้นอีกหลายครั้ง ทำแก้วแตกและพรมเลอะ ตลอดเวลาเขาได้แต่นอนก่ายหน้าผาก วิงเวียนศีรษะและหมดแรง

“นายไม่ควรดื่มเยอะแบบนั้นเลยนะ วินซ์ นายก็รู้ว่านายคอไม่แข็ง” ร๊อดเอาผ้าชุบน้ำอุ่นมาเช็ดหน้าให้อย่างอ่อนโยน เขาไม่เคยบ่นที่ต้องดูแลวินเซนต์ ตรงกันข้าม เขาเป็นห่วงวินเซนต์มากกว่าใครทั้งหมด

“ไม่ต้องมายุ่ง” วินเซนต์ที่ยังอารมณ์เสีย ทั้งเพราะอาการเมาค้างและเรื่องเมื่อวาน “ฉันไม่ได้ขอให้นายมาดูแล อยากไปไหนก็ไป”

ร๊อดเพียงยิ้ม ไม่ได้นึกโกรธหรือขุ่นใจกับน้ำเสียงของวินเซนต์เลย เขายังคงเช็ดหน้าให้วินเซนต์ด้วยท่าทีอ่อนโยนเหมือนเดิม ก็มีเพียงแต่วินเซนต์เท่านั้นที่ร๊อดยอมอดทน ไม่เคยหงุดหงิดใจเลยแม้แต่นิดเดียว หากเป็นคนอื่น ร๊อดคงตั๊นหน้าไอ้หมอนั่นไปสองสามหมัดแล้ว

ร๊อดเคยเป็นหัวหน้าแก๊งค์ในสลัมของมิดการ์ แม้ตอนนี้ก็ยังมีอำนาจให้ลูกน้องยำเกรงอยู่เหมือนเดิม เขามีความสามารถพิเศษในการใช้มือ กลอน ล็อคหรืออะไรก็ตามที่ต้องใช้ทักษะการงัดแงะ เขาสามารถสะเดาะได้ภายในหนึ่งนาที เขายอดเยี่ยมในการสืบหาข้อมูล โดยเฉพาะเรื่องที่มีกลิ่นไม่สู้ดีนัก แถมยังว่องไวและฉลาดพอที่จะเอาตัวรอดได้ในยามคับขัน เส็งเคยจ้างงานแก๊งค์ของร๊อดบ่อย ๆ และเคยชักชวนให้เขามาทำงานในองค์กรด้วยกัน แต่ร๊อดปฏิเสธตลอดเวลาเพราะเขาต้องการอิสระ ไม่มีข้อผูกมัด

จนได้มาเจอวินเซนต์ในการทำงานร่วมกันครั้งหนึ่ง และเป็นวินเซนต์ที่ทำให้ร๊อดเปลี่ยนใจ

“ขอโทษ ฉันไม่ควรอารมณ์เสียใส่นาย” วินเซนต์ก้มหน้า เริ่มรู้สึกตัว

ร๊อดยิ้ม เฝ้ามองสีหน้าที่เปลี่ยนไปของวินเซนต์ “ฉันไม่เคยโกรธนาย นายก็รู้”

ที่ร๊อดรู้สึกกับวินเซนต์ มันเป็นมากกว่าคำว่ารัก หลายครั้งที่วินเซนต์วิ่งมายังห้องพักเล็ก ๆ ของร๊อดกลางดึก ใบหน้าเปื้อนไปด้วยน้ำตา และร้องไห้กับอกร๊อดจนหลับ มันเกินกว่าความรัก มันคือความรู้สึกอยากจะปกป้อง และคุ้มครองวินเซนต์จากความเศร้าและปัญหาที่รุมเร้าใจของเขา

“รอเดี๋ยวนะ ฉันจะชงกาแฟมาให้” ร๊อดลุกขึ้น ยื่นมือไปขยี้ผมยุ่ง ๆ ของวินเซนต์

วินเซนต์ยกมือปัด หัวเราะนิด ๆ “ขอแก่ ๆ นะ”

“ได้เลย” ร๊อดยิ้ม
 
***************************

TBC

งึมงำ ได้บอกไปหรือยังว่าเรื่องนี้วินเซนต์เกลียดพ่อ~

แล้วก็ร๊อดน่ารักสุด ๆ

เหมือนเป็นอารมณ์ส่วนตัวเลย แต่คนเขียนเทใจให้ร๊อดไปเยอะแล้วล่ะ หึหึ 

ถ้าพี่เซฟยังไม่มาเอาใจบีจัง (?) เค้าจะเปลี่ยนพระเอกจริง ๆ ด้วย ฮ่าฮ่า

Comment

Comment:

Tweet

พระเอกนายเอกเมื่อไหร่จะได้เจอกันสักทีล่ะฮะ
เซฟิรอส-วินเซนต์ เท่านั้น ๆๆๆๆ ร๊อดได้แค่เพื่อนสนิทพอแล้ว
มาต่อ ทีเถอะนะฮะ

พลีช ๆๆๆๆๆ

#5 By wiki on 2010-10-18 14:57

แง เขาแค่ไม่มีเวลา เสด็จลุงตายอ่ะ T 0 T เขากำลังทำบุ๊ค
แง เขาแค่ไม่มีเวลา เสด็จลุงตายอ่ะ T 0 T เขากำลังทำบุ๊ค
ร๊อดน่ารักเกิ๊นนน

อ่านแล้วบางทีก็คิดว่าพี่วินอาจจะมองร๊อดเป็นตัวแทนของพ่อก็ได้นะคะเนี่ย

รออ่านตอนต่อไปนะคะบีจังbig smile

#2 By -PK-> on 2009-06-14 17:06

เกลียดพ่อจริงๆด้วย....

#1 By Khaosap on 2009-06-14 14:38