[Fic FF7 AU] Prisoner of Love - จำเลยรัก #3
posted on 18 Apr 2008 21:55 by glorfindel in Ficบอกว่าแล้วเขียนได้เยอะแล้วค่ะ ต่อเลยละกัน คิคิ
...........
...........
Title : Prisoner of Love - จำเลยรัก #3
Author : BeeJang
Pairing : Sephiroth/Vincent, Angeal/Grimoire
Rating : NC17
Disclaimer : ตัวละครเป็นของ Square Enix ห้ามคัดลอกไปเผยแพร่ที่อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต
*****************
#3
เพดานห้องไม่คุ้นตาเลย ที่นี่ที่ไหนกัน?
นี่คือสิ่งแรกที่วินเซนต์รู้สึกเมื่อเปิดเปลือกตาหนักอึ้งขึ้น เพดานไม้แปลกตา ไม่เหมือนกับเพดานในห้องนอนของเขาทำให้เขารู้ตัวว่าไม่ได้นอนหลับอยู่ในห้อง แผ่นหลังก็สัมผัสความแข็งกระด้างเย็นเยือกของพื้นไม้ ไม่ใช่บนเตียงนุ่มที่นอนอยู่ทุกวัน
แล้วความทรงจำก็กลับเข้ามา ไม่ใช่ เขาไม่ได้กลับบ้านและเข้านอนตามปกติ เขาสลบไป ถูกทำให้หลับและคงถูกพาตัวมาที่นี่
ใครกันทำแบบนี้?
ก่อนหน้านี้ เขากลับจากทำภารกิจ ได้รับข่าวร้ายเรื่องแองจีล จากนั้นก็รีบขึ้นลิฟต์ไปเยี่ยมแองจีล แล้ว ... แล้วเซฟิรอธก็เข้ามา
ใช่ เซฟิรอธ!
“ไง ฟื้นแล้วเหรอ เจ้าหญิงนิทรา” น้ำเสียงเย็นชาดังขึ้นพร้อมกับใบหน้าของเซฟิรอธที่ชะโงกอยู่เหนือตนเอง รอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมปาก แต่สายตาของเขาไม่ได้ยิ้มไปด้วย มันเต็มไปด้วยความหยามเหยียดและรังเกียจเหลือทน
วินเซนต์ขยับตัวจะลุกขึ้น แต่ร่างของเขาขยับไม่ได้ เขาไม่ได้ถูกสิ่งใดพันธนาการเอาไว้ แสดงว่าเขาถูกเวทมนตร์ตรึงร่างจนขยับไม่ได้
“ปล่อยฉัน นายจับฉันมาทำไม?” วินเซนต์จ้องใบหน้าที่ลอยอยู่ด้านบนด้วยความหวาดหวั่น เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเซฟิรอธทำแบบนี้ พวกเขาไม่มีความแค้นอะไรกัน ไม่เคยทำงานร่วมกัน ก่อนหน้านี้ก็แทบจะไม่เคยพบกันด้วยซ้ำ
“เพื่อสั่งสอนนายยังไงล่ะ”
“สั่งสอน? เรื่องอะไร?” วินเซนต์ไม่เข้าใจ เขาพยายามจะขยับ แต่มนตราที่ตรึงร่างเขาแน่นหนามาก แม้แต่หน้าก็แทบขยับไม่ได้
“ทำอะไรเอาไว้ ยังไม่สำนึกอีก!” เซฟิรอธเค้นคำรามต่ำ ๆ พยายามระงับโทสะในใจเอาไว้ เขาใช้มือคว้าคางของวินเซนต์เอาไว้ แล้วก็ออกแรงบีบ
วินเซนต์พยายามฝืน แต่เขาขยับไม่ได้ มือทั้งสองราวกับถูกยึดและถ่วงด้วยเหล็กหนัก ๆ ใบหน้าก็หนักจนเบือนหลบมือของเซฟิรอธไม่ได้เลย เขาถูกบีบกรามอย่างแรงจนต้องอ้าปาก แต่อุ้งมือใหญ่ ๆ ของเซฟิรอธบีบง้ำลำคอของเขาไปด้วย จนเขาหายใจไม่ออก หอบสำลัก พยายามสูดอากาศเข้าปอดให้ได้มากที่สุด
พอเห็นสีหน้าทรมานของวินเซนต์จนสมใจ เซฟิรอธก็ปล่อยมือ แสยะยิ้มสมน้ำหน้าเมื่อวินเซนต์หอบรุนแรง หน้าซีดเผือด
“อ่อนแอที่สุด คนแบบนาย ทำไมแองจีลถึงรักเข้าไปได้”
“แองจีล?” วินเซนต์กระพริบตา จ้องเซฟิรอธอย่างงงงวย
เซฟิรอธพ่นลมหายใจรดใบหน้าวินเซนต์ “ก็ใช่น่ะสิ นายทำอะไรเอาไว้ ลืมแล้วหรือไง นายหักอกใครอื่น ฉันไม่สนหรอก แต่แองจีลเป็นเพื่อนฉัน และฉันก็ยอมไม่ได้ที่นายเห็นเพื่อนฉันเป็นของเล่นที่เบื่อแล้วก็โยนทิ้งราวกับขยะไร้ค่า”
“ฉันเปล่า!” วินเซนต์ปฏิเสธเสียงแข็ง
“เปล่าเหรอ!” เซฟิรอธคำราม สีหน้าจากเย็นชาเป็นเดือดดาลเหมือนเปลวไฟที่กำลังลุก “วาเลนไทน์ นอกจากนายจะไร้หัวใจแล้ว ยังไม่เป็นลูกผู้ชายอีก” เขายิ้มเหยียดหยาม
วินเซนต์เริ่มรู้สึกโกรธขึ้นบ้างแล้ว เขาไม่เข้าใจสิ่งที่เซฟิรอธพูดมาเลย เขาแน่ใจว่าเซฟิรอธกำลังเข้าใจผิดอะไรสักอย่างอยู่ แต่ว่ามาดูถูกกันแบบนี้ เขาก็ยอมไม่ได้เหมือนกัน “อะไรของนาย นายพูดอะไรน่ะ!”
“พูดอะไรเหรอ? ก็นายทำอะไรเอาไว้กับแองจีลล่ะ หักอกเขาแล้ว ทำเป็นลืมเหรอ” เซฟิรอธยิ้มเย็น “อ้อ จริงสินะ นายคงหักอกคนอื่นเป็นว่าเล่นอยู่แล้ว จนจำไม่ได้เลยสิว่ามีใครบ้าง”
วินเซนต์จ้องค้าง เขาไม่เข้าใจว่าเซฟิรอธหมายถึงอะไร เขาไม่เคยหักอกแองจีล พวกเขาไม่เคยรู้สึกอะไรกันมากเกินกว่าเพื่อนร่วมงานเลย คนที่ปฏิเสธแองจีลคือพ่อของเขาต่างหาก วินเซนต์กำลังจะอ้าปากแก้ตัว แต่ก็หยุดคำพูดที่จะพูดออกไปได้ทัน เมื่อเซฟิรอธเปลี่ยนสีหน้าเป็นเคืองแค้นราวจะกินเลือดกินเนื้อ
“ฉันอยากจะฆ่านายเหลือเกิน วาเลนไทน์”
ฆ่า?
วินเซนต์จ้องเซฟิรอธเขม็ง ตาเบิ่งกว้างด้วยความหวาดกลัว แล้วเขาก็เข้าใจเรื่องทุกอย่าง เซฟิรอธแค้นจนอยากจะฆ่าคนที่ทำร้ายจิตใจแองจีล ซึ่งนั่นก็คือกริมัวร์ พ่อของวินเซนต์เอง และหากรู้ว่าคนที่ปฏิเสธแองจีลคือกริมัวร์ และเป็นต้นเหตุทำให้แองจีลเจ็บช้ำจนใจลอยได้รับบาดเจ็บสาหัสในภารกิจ เซฟิรอธจะต้องทำร้ายกริมัวร์แน่นอน
ไม่ได้ วินเซนต์ยอมไม่ได้ เขาเม้มปากเน้น จ้องใบหน้าเคืองแค้นของเซฟิรอธเขม็ง
“ฉันจะทรมานนายให้สาสมกับที่นายทำร้ายจิตใจแองจีล ทำให้นายเจ็บเจียนตายเหมือน ๆ กัน”
วินเซนต์กลืนน้ำลาย เขาจะโต้ตอบไม่ได้ จะให้เซฟิรอธรู้ความจริงว่ากริมัวร์เป็นคนปฏิเสธแองจีลไม่ได้เด็ดขาด เขายอมถูกทำร้ายดีกว่าเห็นพ่อผู้เป็นที่รักถูกเซฟิรอธทำร้าย เขาทนไม่ได้
เซฟิรอธจ้องวินเซนต์อย่างชิงชัง ก่อนจะผละออกไป “ฉันจะทิ้งนายไว้แบบนี้สักสามวัน อดข้าวอดน้ำสักหน่อย เผื่อนายจะสำนึกอะไรได้บ้าง
วินเซนต์กรอกตามองเซฟิรอธเดินจากไปอย่างตื่นตระหนก เขาไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่เริ่มทำภารกิจ จนถึงเดี๋ยวนี้ และเขาไม่แน่ใจว่าสลบไปนานเท่าไหร่ เขาคอแห้ง อยากจะดื่มน้ำเย็น ๆ สักแก้ว แต่ร่างกายขยับไม่ได้เลยสักนิด สิ่งที่ทำได้ คือกลืนน้ำลายให้คอชุ่มชื้น และเฝ้าภาวนาว่าเซฟิรอธจะใจอ่อนปล่อยเขาไป
**************************
วินเซนต์ไม่รู้ว่านอนอยู่นานเท่าไหร่ ร่างกายของเขายังกระดุกกระดิกไม่ได้ เขาพยายามจะหลับ แต่ก็สะดุ้งตื่นเมื่อรู้สึกแสบท้อง ลำคอแห้งผากจนเวลาที่กลืนน้ำลายยังรู้สึกเจ็บ เขาทรมานมาก จนรู้สึกเหมือนว่ากำลังจะสิ้นลม
เมื่อวินเซนต์รู้สึกอีกที เขากำลังถูกอุ้ม ผิวกายสัมผัสความร้อนจากแสงแดด เขาจึงเปิดเปลือกตาออกมามอง เซฟิรอธกำลังอุ้มเขาอยู่และเดินจ้ำอย่างรวดเร็วราวกับคุ้นชินเส้นทางดี เขาอยู่นอกบ้านแล้ว แสงแดดเจิดจ้าจนเขาต้องหลับตาแน่นแล้วค่อย ๆ ลืมตาช้า ๆ จนสายตาคุ้นชินกับแสง เขาพยายามจะหันหน้ามองรอบ ๆ บริเวณและหาทางหนี แต่ใบหน้าเบือนไปไหนไม่ได้เลย เวทมนตร์ยังไม่ถูกคลาย เขาเลยโดนอุ้มพาไป
วินเซนต์ได้ยินเสียงทะเล เสียงคลื่นซัดหาดทราย ลมพัดใบมะพร้าวเสียดสีเป็นทำนองดนตรี เซฟิรอธเดินลึกเข้าไปในป่า เสียงทะเลไกลออกไป แทนที่ด้วยเสียงน้ำตก
ขณะที่วินเซนต์พยายามจะคิดว่าเขาอยู่ที่ไหน ร่างของเขาก็ถูกโยนลอยละลิ่ว แล้วก็ตกลงไปในน้ำ จมลงไปแทบทันทีเพราะเขาขยับร่างไม่ได้
มันอึดอัดและทรมานมาก วินเซนต์พยายามจะขยับแขนขาเพื่อว่ายน้ำพยุงร่าง แต่พลังเวทย์ของเซฟิรอธแข็งแกร่งนัก เขาสลายมนต์ไม่ได้ และเขาก็ไม่สามารถกลั้นใจได้นานเหมือนพวกโซลเยอร์ แม้เขาจะกระหายน้ำ แต่หากอ้าปากเมื่อไร เขาก็จะหายใจไม่ออก และสำลักน้ำจนตาย แต่มันก็ทำให้ความทรมานหายไปเร็วขึ้น แล้ววินเซนต์ก็อ้าปาก ดื่มน้ำเข้าไปอึกใหญ่ ไม่นานนัก น้ำก็ไหลทะลักเข้ามาในจมูก แทนที่อากาศอันน้อยนิดในปอด แล้วเขาก็สำลัก
วินเซนต์รู้สึกเหมือนเขากำลังจะสิ้นลม สติที่เหลืออยู่คิดออกแต่เพียงภาพของกริมัวร์ พ่อที่เขาปกป้องด้วยชีวิต
แล้วอ้อมแขนแข็งแกร่งก็ดึงร่างของเขาขึ้นเหนือน้ำ เขารีบสูดอากาศเข้าปอดโดยเร็ว ไอโขลกสำลักน้ำอย่างรุนแรง ด้วยเพราะไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย ทำให้กระเพาะบีบรัดจนแสบ น้ำย่อยถูกขับออกมาทางปากจนกลายเป็นอาเจียนเลือด ลำคอแห้ง ๆ ปวดแสบปวดร้อนและถูกกรดจากน้ำย่อยที่ขย้อนออกมากัด มันเจ็บมากจนน้ำตาไหลโดยไม่ได้ตั้งใจ ขอบตาร้อนผ่าว นัยน์ตาแดงก่ำ หน้าซีดราวกับไร้เลือด
“บอกแล้วว่าฉันจะให้นายทรมาน แต่ฉันจะไม่ให้นานตายหรอก แม้อยากจะฆ่านายมากแค่ไหนก็ตาม” เสียงกระซิบของมัจจุราชผมเงินดังขึ้นที่ข้างหู แต่วินเซนต์ไม่มีแรงจะโต้เถียงอีก เพราะลำคอที่ปวดแสบเช่นนี้ ไม่อาจจะเอ่ยอะไรออกมาได้ แม้แต่ดื่มน้ำ เขายังรู้สึกเจ็บเลย
วินเซนต์พยายามขยับตัว แต่เขาก็ยังขยับไม่ได้อยู่เหมือนเดิม หากเซฟิรอธปล่อยมือ เขาก็คงจมและสำลักน้ำอีกเหมือนเดิม แต่เซฟิรอธเหมือนจะมีแผนการอื่นในใจ เพราะรอยยิ้มเจ้าเล่ห์นั้นกว้างขึ้น
“หิวสิ ใช่ไหม? นายไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่ฉันพาตัวนายมา เกือบสองวันแล้วสินะ อดทนได้ไม่เลวเลย” เซฟิรอธแสยะยิ้ม แล้วก็พึมพำอะไรบางอย่างที่วินเซนต์ไม่ได้ยิน
แล้วร่างของวินเซนต์ก็อ่อนยวบไปทันที เขารู้สึกได้ว่ามนตราถูกปลดออกไป แต่การที่ร่างกายแข็งนิ่งมานานทำให้เขายังไม่อาจขยับตัวได้ทันที อีกทั้งการอดอาหารทำให้เขาไม่มีแรง จึงอ่อนทรุดลงไปอีกทันที
เซฟิรอธกระซิบที่ข้างหู น้ำเสียงรื่นเริงราวกับสนุกนักที่ได้เห็นวินเซนต์ในสภาพอ่อนแอ “ฉันปลดเวทมนตร์ออกเพราะรู้ว่านายไม่มีปัญญาหนีไปไหนแน่” เขาหัวเราะแต่ไม่มีความขบขันในน้ำเสียง “ฉันรู้ว่านายหิวน้ำ จะให้กินจนอิ่มเลย”
แล้วเซฟิรอธก็กดศีรษะวินเซนต์ลงใต้น้ำ หัวเราะอย่างเหี้ยมเกรียม เมื่อวินเซนต์ดิ้นรนอย่างสุดแรงที่คนไร้เรี่ยวแรงอย่างเขาจะมีได้ พอเห็นฟองอากาศลอยขึ้นมาที่เหนือน้ำเยอะเป็นพิเศษ เซฟิรอธก็รู้ว่าวินเซนต์กำลังสำลัก จึงดึงอีกฝ่ายขึ้นมา แล้วก็หัวเราะ
“ยังไม่อิ่มเหรอ งั้นอีกสักอึกเป็นไง” แล้วเซฟิรอธก็กดวินเซนต์ลงใต้น้ำอีก เขาทำแบบนี้อีกหลายครั้ง จนวินเซนต์อาเจียนออกมาเป็นเลือด แล้วก็หมดสติไป
เซฟิรอธจ้องร่างปวกเปียกในอ้อมแขนอย่างสมเพช ตอนแรก เขาคิดจะปล่อยร่างของวินเซนต์ให้หลับไหลอยู่ใต้น้ำตกแห่งนี้ชั่วกาลนาน หรือทิ้งร่างนี้ไว้ในป่า ให้วินเซนต์หาทางกลับออกมาเอง แต่เขาก็เปลี่ยนใจ เก็บวินเซนต์ไว้ใกล้ ๆ ตัวเพื่อจะทรมานอีกฝ่ายด้วยตัวเองน่าจะดีกว่า เขาจึงอุ้มวินเซนต์ขึ้น แล้วเดินกลับบ้านพัก
********************
วินเซนต์รู้สึกตัวอีกที เขาก็อยู่ในบ้านหลังเดิม นอนหลับอยู่บนพรมขนสัตว์หน้าเตาผิง เสื้อผ้าไม่ใช่ชุดสูทที่ใส่มา แต่เป็นชุดนอนสีขาวตัวโคร่ง ๆ เขาขยับแขนขาที่ปวดเมื่อยไปหมดเพื่อยืดกล้ามเนื้อ แล้วก็มองหาเซฟิรอธ แต่เหมือนว่าปีศาจผมเงินไม่ได้อยู่ในบ้าน
แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นจานบนโต๊ะ เขารีบลุกขึ้น เดินเซ ๆ ไปที่โต๊ะ มีแซนวิชแฮมเย็น ๆ วางอยู่พร้อมกับจดหมาย
“เมื่อฉันกลับมาจากธุระ คอกม้าต้องสะอาด ถ้าไม่สะอาด ก็อย่าหวังจะได้กินอะไรเลย
เซฟิรอธ
ปล. อย่าหาทางหนีเสียให้ยาก เพราะกุญแจเรืออยู่กับฉัน”
วินเซนต์อ่านจดหมายสั้น ๆ หลายรอบ กัดฟันอย่างเคืองแค้น เขาไม่มีวันทนเป็นเบี้ยล่างให้เซฟิรอธทรมานเขาเล่นตลอดไปเด็ดขาด เขาหยิบแซนวิชขึ้นกัด รสชาติมันไม่ได้เรื่อง จนเขาแทบจะคายทิ้ง เขาวางแซนวิชลง เดินไปที่ครัว และมองหาอะไรสักอย่างที่พอกินได้ แต่เขาไม่พบอะไรเลยนอกจากเครื่องครัว จานชามและแก้วน้ำ ไม่มีอาหาร หรือผลไม้ มีเพียงน้ำแร่แช่เย็นเอาไว้เท่านั้น
วินเซนต์ถอนใจ เดินกลับมากินแซนวิช กล้ำกลืนฝืนทนจนหมด ยังไงซะก็ต้องกินเพื่อให้มีแรง อย่างน้อยจะได้เก็บผลไม้กินได้ เขาดื่มน้ำแร่ไปเกือบสองขวดเพื่อให้อยู่ท้องและไม่รู้สึกหิว แม้ว่าแซนวิชน้อยนิดจะไม่เพียงพอต่อความต้องการร่างกาย
เมื่อเดินออกมานอกบ้าน วินเซนต์ก็เห็นคอกม้า มันตั้งอยู่ที่สวนหลังบ้าน มีลานกว้างล้อมรั้วให้ม้าวิ่ง แต่ดูเหมือนในคอกจะยังไม่มีม้าสักตัว มันดูรกร้างและมีหญ้าแห้งขึ้นเต็มไปหมด แต่เขาไม่สนใจเพราะไม่คิดจะทำตามคำสั่งของเซฟิรอธอยู่แล้ว สิ่งแรกที่เขาจะทำขณะนี้ คือหาทางหนี
*****************
TBC
.............
จริง ๆ ไม่ใช่คนถนัดเขียนอะไรโหด ๆ เลยค่ะ รู้สึกว่าโหดน้อยไปด้วยซ้ำ เอิ๊กกก แต่พอแล้วล่ะ แค่นี้พ่อเนื้อบางของบีจังก็ช้ำแล้ว ฮ่าฮ่า
#1 By Yaoh Zun Wve on 2008-04-18 22:36