[Fic FF7 AU] Prisoner of Love - จำเลยรัก #2
posted on 17 Apr 2008 10:10 by glorfindel in FicMSN ติ๊งต๊องหนึ่งวัน เล่นเอาจิตตก สรุปคือ มันลาป่วยเป็นไข้วายหนึ่งวัน ตอนนี้หายแล้ว ใช้ได้เป็นปกติ ...
อ่านฟิคต่อค่ะ หลั่นลา
........................
Title : Prisoner of Love - จำเลยรัก #2
Author : BeeJang
Pairing : Sephiroth/Vincent, Angeal/Grimoire
Rating : NC17 เร็ว ๆ นี้
Disclaimer : ตัวละครเป็นของ Square Enix ห้ามคัดลอกไปเผยแพร่ที่อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต
*****************
“ขอโทษนะ ฉันคิดกับนายแค่เพื่อนจริง ๆ “
วินเซนต์รู้สึกผิดมาก
ๆ ที่ต้องทำให้ซิดรู้สึกแย่ พวกเขาเป็นเพื่อนกันมาหลายปีแล้ว
บุคลิกที่ต่างกันมากทำให้พวกเขาเข้ากันได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ จนมาวันนี้
ซิดไม่รู้ไปฟังใครยุมา จึงมาสารภาพรักกับเขา
วินเซนต์ไม่อยากให้อีกฝ่ายมีความหวังและคิดเกินเลยไปมากกว่านี้
แม้คำพูดอาจจะแรงและตรงไปหน่อย แต่หากไม่พูดตรง ๆ ไปเลย
ซิดก็คงคิดกับเขาเกินกว่าเพื่อนอยู่เหมือนเดิม
แต่แค่ชั่วนาทีเดียว ซิดที่หน้าเสียก็กลับมาทำหน้าทะเล้นเหมือนเดิม ราวกับคำพูดจริงจังเมื่อครู่เป็นคำพูดล้อเล่น
“สักนิดไม่ได้เหรอ” ซิดแหย่
“ไม่ได้”
วินเซนต์เสียงแข็ง บางครั้งซิดก็ทีเล่นทีจริง
จนเขาแยกไม่ออกว่าซิดกำลังล้อเล่นหรือเอาจริง แต่ก็นั่นล่ะ
มันเป็นจุดที่วินเซนต์ชอบ เขาสบายใจมากกว่าที่มีซิดเป็นเพื่อน
และอยากคงมิตรภาพนี้ไว้
ซิดครางปอดแปด ทำท่าจะเป็นจะตาย
ก่อนจะผิวปากเปี้ยวเมื่อสาวบาร์ในชุดเมดเดินเอาเบียร์มาเสิร์ฟ
แม่สาวสุดสวยชายตามองซิดอย่างรำคาญใจ
ก่อนจะหันมองมายังวินเซนต์ที่นั่งข้าง ๆ กัน
แล้วก็จ้องนิ่งค้างราวกับตกตะลึง ไม่นานนัก
ริมฝีปากของหล่อนคลี่เป็นรอยยิ้มยั่วยวน
สายตาตื่นตะลึงเปลี่ยนเป็นแววตาร้อนแรง เขารีบละสายตาจากหล่อน ใบหน้าแดงก่ำ
ซิดหัวเราะร่วนกับท่าทีเขินอายของวินเซนต์ เขากระซิบแซวเมื่อหล่อนเดินไปแล้ว “ไม่เลวนะ วินซ์ แค่มองเฉย ๆ แม่คุณก็หลงรักนายเข้าแล้ว”
“ไม่เอาน่า ซิด” วินเซนต์ส่ายหน้า ดื่มเบียร์แก้เขิน
“เฮ้ย มันก็แค่เรื่องปกติธรรมดาของผู้ชายนะ ฉันรู้นะว่าก่อนหน้านี้มีคนมาสารภาพรักกับนาย แล้วนายก็หักอกเขาซะไม่มีดี”
วินเซนต์สะดุ้ง
แทบสำลักเบียร์ ซิดหมายถึงรีฟ
ผู้บริหารระดับสูงคนหนึ่งในบริษัทที่มาหลงรักเขา
แต่เขายังไม่แน่ใจในตัวเองเท่าไหร่ เลยบอกปฏิเสธรีฟไป
แต่นั่นก็ทำให้รีฟซึมไปพักใหญ่ ๆ ทีเดียว
“ก็ฉันไม่ได้รักเขานี่นา”
“นายนี่ล่ะน้า”
ซิดลากเสียงยาว ทำหน้าระอาใจ “ทีตอนรู้จักกันแรก ๆ ก็ใจดีกับเขาไปทั่ว
ทำให้คนอื่นเข้าใจผิดคิดว่านายมีใจให้เหมือนกัน
หลังจากนั้นก็หักอกคนอื่นเสียยับเยิน ชื่อเสียงนายจะแย่เอานา”
“ฉันเปล่านะ” วินเซนต์หันขวับ
“นายอาจจะคิดว่าเปล่า แต่คนที่ถูกนายปฏิเสธไม่ได้คิดแบบนั้นน่ะสิ” ซิดซดเบียร์ เหลือบสายตามองชายหนุ่มหน้าสวยที่นั่งข้าง ๆ
วินเซนต์ถอนใจ
จะว่าไป ซิดก็พูดถูก เขาไม่เคยปฏิเสธไมตรีจากคนอื่นเลย
แต่เขาก็ยังไม่เคยเจอคนที่เขารักจริง ๆ พอถูกบอกรัก
เขาก็เลยต้องปฏิเสธไปเสียทุกคน
พอวินเซนต์เงียบไป สีหน้าซีเรียสครุ่นคิด ซิดก็หัวเราะก๊าก “ลดเสน่ห์ลงบ้างสิ วินซ์ แค่นายนั่งใกล้ ๆ ฉันยังหวั่นไหวเลย”
“บ้า” วินเซนต์หน้าแดง ผลักอกซิดเบา ๆ อีกฝ่ายหัวเราะร่วน ผลักตอบ
ความเป็นเพื่อนของเขาและซิดแบบนี้นี่ล่ะ ที่เขาไม่อยากเสียไป
**********************
ไม่ใช่ว่าโซลเยอร์ทุกคนจะมีประสาทสัมผัสดี
แต่นี่คงเป็นความสามารถพิเศษของเซฟิรอธก็ได้
แม้สองหนุ่มจะนั่งที่เคาน์เตอร์บาร์ ส่วนเขานั่งห่างออกมาไกลสามช่วงโต๊ะ
มีเสียงพูดคุยเคล้าเสียงดนตรีที่แทบไม่มีใครฟัง
แต่เซฟิรอธก็ยังได้ยินเสียงกระซิบคุยกันเพียงสองคนอยู่ดี
มันเป็นเรื่องบังเอิญ
ไม่ใช่ว่าเขาจงใจที่จะมานั่งดื่มในบาร์แห่งเดียวกันกับวินเซนต์
เซฟิรอธมานั่งดื่มกับรูฟัสที่นี่เป็นประจำอยู่แล้ว และวันนี้รูฟัสก็มาด้วย
แต่ลุกไปคลอเคลียกับหนุ่มน้อยคนหนึ่งที่กลางฟลอร์เต้นรำไฟสลัว
เขาเลยนั่งคนเดียว แม้จะมีใครหลายคน ทั้งสาวและหนุ่ม
ส่งสายตาทอดสะพานมาให้
เขาเองก็เกือบจะตอบรับสายตาเชื้อเชิญของหนุ่มน้อยผมทองหน้าตาซื่อบริสุทธิ์คนหนึ่งแล้ว
แต่พอเห็นวินเซนต์เดินเข้ามาในบาร์
สายตาของเขาก็จับแต่วินเซนต์เพียงคนเดียว
ทั้งเพราะความโดดเด่นของวินเซนต์
ใบหน้าที่สวยได้รูปนั้นยากที่จะไม่มีใครเหลียวมอง รูปร่างผอมบางสูงโปร่ง
ดูดีมากในเสื้อเชิ้ตพอดีตัว เลิกงานแล้ว เสื้อนอกถอดพาดบ่า
กระดุมเม็ดบนถูกปลดออก ชายเสื้อหลุดลุ่ยออกมานอกกางเกง
เนคไทก็ดึงออกจนหลวม ท่าทีง่าย ๆ กับรอยยิ้มสบาย ๆ ทำให้วินเซนต์ดูดีมาก
จนทำให้เซฟิรอธเผลอเหม่อมองอย่างตื่นตะลึง
แต่นั่นก็แค่ชั่วขณะเดียว
ก่อนความเคืองแค้นจะกลับมาสู่ใจของเขา
ยิ่งเห็นนายช่างใหญ่แห่งฝ่ายเทคโนโลยีการบินของบริษัทอย่างซิดเดินเคียงข้างวินเซนต์ด้วยแล้ว
เซฟิรอธยิ่งรู้สึกหงุดหงิดมากขึ้นเป็นพิเศษ
โชคดีที่บาร์ค่อนข้างมืด
ทำให้วินเซนต์ไม่เห็นเซฟิรอธ ทำให้เขาแอบฟังบทสนทนาของพวกเขาได้
โดยที่วินเซนต์ไม่รู้ตัว จนกระทั่งเซฟิรอธได้ยินสิ่งที่เขาอยากได้ยิน
‘ … ก่อนหน้านี้มีคนมาสารภาพรักกับนาย แล้วนายก็หักอกเขาซะไม่มีดี … ‘
‘ … ก็ฉันไม่ได้รักเขานี่นา … ‘
‘ … ใจดีกับเขาไปทั่ว ... หลังจากนั้นก็หักอกคนอื่นเสียยับเยิน ... ‘
แค่นี้ก็พอแล้ว
เซฟิรอธลุกขึ้นจากโต๊ะ โบกมือลารูฟัสที่ไม่รู้ว่าเจ้าตัวจะเห็นหรือเปล่า
เด็กหนุ่มผมทองเดินตามเขาออกมาถึงหน้าบาร์เผื่อเขาจะเปลี่ยนใจ แต่ไม่ล่ะ
คืนนี้เขาไม่มีอารมณ์ เลยเดินออกไปข้างนอกเร็ว ๆ และไม่สนใจใครอื่น
แม้สีหน้าจะเรียบเฉย
แต่ใจเขาร้อนรุ่ม วินเซนต์หักอกแองจีล และไม่ใช่แองจีลเพียงคนเดียว
ยังมีคนอื่น ๆ อีกมากมายที่มาหลงรักใบหน้าสวย ๆ นั่น เซฟิรอธไม่สนใจคนอื่น
ๆ ที่วินเซนต์หักอกหรอก แต่เขายอมไม่ได้ที่จะมีใครมาทำร้ายแองจีล
เพื่อนที่เขารักที่สุด
น่ารังเกียจชะมัด
**********************
“ทำอะไรอยู่น่ะ
แองจีล นายมีภารกิจไม่ใช่เหรอ?” เซฟิรอธกล่าวถามเมื่อเห็นแองจีลรี ๆ รอ ๆ
อยู่ที่หน้าลิฟต์ ไม่ยอมขึ้นไปที่ห้องของลาซาร์ดเสียที
เซฟิรอธเพิ่งกลับมาจากภารกิจหนึ่ง
ไปรายงานตัวและสรุปภารกิจให้ฟังลาซาร์ดมาเมื่อครู่
และถูกขอให้ไปตามแองจีลขึ้นไปหาโดยทันที
“เอ่อ
ฉันพยายามโทรหาด๊อกเตอร์น่ะ แต่เขาไม่ยอมรับสายเลย
ฉันอยากฟังเสียงเขาก่อนไปทำภารกิจ” แองจีลต่อสายโทรศัพท์มือถืออีกครั้ง
ก่อนจะถอนใจ ส่ายหน้า แล้วก็เดินขึ้นลิฟต์ไปอย่างเซื่องซึม
เซฟิรอธเห็นใจแองจีลเหลือเกิน
ดูท่าทางยังคงตัดใจจากพ่อหนุ่มวาเลนไทน์ไม่ได้
ภารกิจของแองจีลครั้งนี้คือการไปสอดแนมกองกำลังลับของกลุ่มต่อต้าน
เป็นงานเสี่ยงอันตรายเลยทีเดียว แล้วพอออกสนาม
พวกเขาต้องปิดมือถือและเปลี่ยนไปใช้วิทยุสื่อสารแบบล๊อคคลื่นสัญญาณพิเศษแทน
แองจีลคงอยากได้กำลังใจก่อนจากไปเป็นแน่
ยิ่งคิดเซฟิรอธก็ยิ่งเคือง
มีใครอีกหลายคนที่วินเซนต์สามารถปั่นหัวได้ แต่คน ๆ นั้นไม่ควรเป็นแองจีล
แม้ภายนอกแองจีลจะดูแข็งแกร่งกว่าใคร ๆ แต่จริง ๆ แล้ว
เพื่อนเขาคนนี้อ่อนไหวเอามาก ๆ
เซฟิรอธกับแองจีล
พวกเขาเติบโตขึ้นมาพร้อมกัน วิ่งเล่น เรียนหนังสือ
ฝึกปรือฝีมือด้วยกันเสมอ แม่ของเซฟิรอธไม่ค่อยว่าง
เลยฝากเซฟิรอธในวัยเด็กไว้กับบ้านของแองจีล โดยมีคุณแม่จิลเลียน
มารดาผู้ใจดีและอ่อนโยนของแองจีลคอยดูแล และรักเซฟิรอธราวลูกในไส้
ทำให้เขาผูกพันและรู้จักแองจีลมากกว่าใครอื่น
“แองจีลเป็นคนแข็งนอกอ่อนใน แม่กลัวว่าเขาจะหาแฟนไม่ได้ ฝากเซฟิรอธด้วยดูแลหน่อยนะ”
เซฟิรอธยังจำคำของจิลเลียนได้ดี
เขาสัญญาเป็นมั่นเหมาะกับจิลเลียนไว้ว่าดูแลแองจีลเป็นอย่างดี
ยิ่งทำให้เขาทนไม่ได้หากมีใครมาทำร้ายจิตใจเพื่อนรักของเขา
เซฟิรอธยืนอยู่ริมกระจก
เฝ้ามองเฮลิคอปเตอร์ของบริษัทบินออกไป แองจีลคงออกเดินทางแล้ว
อีกเกือบหนึ่งสัปดาห์หรือนานกว่านั้นกว่าจะได้กลับมา
หวังว่าช่วงเวลาที่ไม่ได้พบหน้าสวย ๆ ของวินเซนต์จะทำให้แองจีลคิดได้
เงาในกระจกสะท้อนไปยังหน้าลิฟต์ที่เปิดออก
รูฟัสเดินออกมาพร้อมกับวินเซนต์ ถ้าเดินกันตามปกติ เขาคงไม่ใส่ใจ
แต่มือของรูฟัสกำลังโอบเอวบางของวินเซนต์อยู่
และดูเจ้าตัวก็ไม่ได้ถือสาอะไร สองคนหัวเราะต่อกระซิบ
ก่อนจะเดินเคียงคู่กันไปที่ห้องทำงานฝ่ายทาร์ค
ทุเรศที่สุด เซฟิรอธคิดอย่างเคืองแค้นในใจ ที่วินเซนต์ปฏิเสธใครต่อใครก็เพราะเขาหวังปลาตัวใหญ่กว่านี่เอง
เซฟิรอธตั้งปณิธานไว้ในใจว่าเมื่อแองจีลกลับมา เขาต้องพูดให้เพื่อนรักตัดใจจากคนที่ไม่มีค่าแบบนี้ให้ได้
*******************
ยังไม่ครบสัปดาห์ดี
ทีมของแองจีลก็กลับมา ภารกิจล้มเหลว โซลเยอร์บาดเจ็บแทบทุกคน
โดยเฉพาะแองจีลที่ปกป้องคนในบังคับบัญชาจนเจ็บหนักกว่าใคร
เซฟิรอธรีบไปเยี่ยมแองจีลทันทีที่รู้ข่าว
แต่พอเห็นหน้าเพื่อนรัก เขาก็รู้ดีว่าแองจีลพลาดเพราะอะไร
ความเหม่อลอยเลินเล่อ และสภาพจิตใจที่ไม่พร้อมทำงาน
ทำให้แองจีลถูกโจมตีจนสาหัส
“เขาเป็นยังไงบ้างครับ ด๊อกเตอร์” เซฟิรอธหันไปถามชายสูงวัยในชุดกาวน์สีขาวที่เข้ามาดูอาการของแองจีล
“กระดูกหักหลายที่ กล้ามเนื้อบางส่วนถูกไฟคลอก นอกนั้นก็ไม่มีอะไรน่าห่วง แต่เขาคงจะยังไม่ฟื้นเร็ว ๆ นี้หรอกนะ”
เซฟิรอธถอนใจยาว แองจีลคงจะฟื้นตัวเร็ว ๆ นี้ แต่สภาพจิตใจเล่า ความล้มเหลวในภารกิจจะเป็นอีกหนึ่งบาดแผลในใจของแองจีลเลยทีเดียว
“ด๊อก … เตอร์ … “ แองจีลคราง
เซฟิรอธกำลังจะคว้ามือของแองจีลที่พยายามยกขึ้นไขว่คว้าอากาศ
แต่ด๊อกเตอร์สูงวัยคนนั้นอยู่ใกล้กว่า เขากุมมือของแองจีลเอาไว้
จับให้วางที่อก แล้วก็กุมมือนั่นเอาไว้ เขาคลี่ยิ้มน้อย ๆ
เป็นรอยยิ้มอันอ่อนโยนและห่วงใยจากใจจริง
“ฉันอยู่นี่ เธอไม่เป็นไรแล้ว”
แล้วด๊อกเตอร์ก็ลูบหน้าผากของแองจีล
คอยซับเหงื่อที่ผุดขึ้นบนใบหน้าของแองจีลให้ ราวกับปาฏิหาริย์
สีหน้าตึงเครียดของแองจีลกลับผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด แล้วเขาก็หลับสนิท
ลมหายใจสม่ำเสมอ
เซฟิรอธนึกขอบคุณด๊อกเตอร์ผู้นี้ที่ยอมมาดูแลแองจีล เหลือบมองไปที่อกเสื้อ ด๊อกเตอร์กริมัวร์ ว. แผนกวิจัย ช่างเป็นคนที่ใจดีจริง ๆ
“ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกนะ ฉันจะดูแลแองจีลให้เอง”
“ฝากด้วยนะครับ ขอบคุณครับ”
เซฟิรอธค้อมศีรษะให้ด๊อกเตอร์กริมัวร์
เหลือบมองแองจีลอีกครั้งเพื่อความแน่ใจว่าเพื่อนรักสบายดีแล้ว
ก่อนจะเดินออกไปจากห้อง ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
วินเซนต์ คราวนี้ฉันไม่ปล่อยนายเอาไว้แน่
*******************
วินเซนต์เพิ่งกลับมาภารกิจ
แม้จะฟังดูง่าย ๆ แค่ไปดูแลการก่อสร้างสนามเด็กเล่นในสลัม
แต่เมื่อลงสนามไปจริง ๆ แล้ว กลับวุ่นวายไม่ใช่เล่นทีเดียว
โดยเฉพาะการป้องกันระวังภัยให้เด็ก ๆ น้ำใจงามที่อยากจะมาช่วยพวกพี่ ๆ
สร้างสนามเด็กเล่นให้เสร็จไว ๆ นั้นเป็นเรื่องยากทีเดียว
อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอ แต่มันจะต้องไม่เกิดกับเด็ก ๆ เด็ดขาด
นั่นก็ทำให้งานยากขึ้นเพราะเด็ก ๆ วิ่งวุ่นอยู่ทุกมุมสนาม
ทำให้ทั้งวินเซนต์และเพื่อน ๆ ทาร์ควิ่งไล่จับกันหัวหมุนเลยทีเดียว
งานเสร็จสมบูรณ์ ทุกคนมีความสุขมาก เมื่อเห็นรอยยิ้มของเด็ก ๆ เขาก็ยินดี
แต่พอกลับเข้าบริษัท ทุกคนดูเหมือนจะวุ่นวายกันไปหมด เขาเห็นเซฟิรอธเดินตรงมาด้วยสีหน้าประหลาด ๆ จึงรีบไปถาม
“เกิดอะไรขึ้นเหรอ ทำไมดูวุ่นวายจัง?”
เซฟิรอธนิ่งไปขณะหนึ่ง
เขาเก็บงำโทสะไว้ในใจ พยายามไม่ให้แสดงออกทางสีหน้า
แม้ตอนนี้เขากำลังโกรธจัดจนใจแทบจะลุกเป็นไฟ จะไม่ให้เขาโกรธได้เช่นไร
ข่าวร้ายเรื่องภารกิจใหญ่ล้มเหลวและโซลเยอร์เฟิร์สคลาสสุดยอดเช่นแองจีลบาดเจ็บสาหัส
ข่าวใหญ่ขนาดนี้ วินเซนต์ยังไม่รู้อีก
ใจดำที่สุด เขาทนไม่ไหวแล้ว
“แองจีลกลับมาจากภารกิจ บาดเจ็บสาหัส พักอยู่ข้างบน” เซฟิรอธตอบห้วน ๆ เขายังรู้สึกแปลกใจที่คงน้ำเสียงราบเรียบได้เหมือนปกติ
“ตายจริง” วินเซนต์อุทานด้วยความตกใจ สีหน้าซีดเผือด เขาวิ่งไปที่ลิฟต์ทันที
ไม่ต้องรอให้ใครบอก
เซฟิรอธก้าวยาว ๆ ตามวินเซนต์เข้าไปในลิฟต์ด้วยเหมือนกัน
เขาทำตัวปกติธรรมดาเพื่อไม่ให้วินเซนต์จับพิรุธ เขาเดินเข้าลิฟต์มาทีหลัง
เมื่อประตูลิฟต์ปิดและกำลังเลื่อนขึ้น
เขาก็ยกมือขึ้นเบื้องหน้าวินเซนต์ที่ดูจะแปลกใจ
ก่อนจะใช้พลังจากมาเทเรียสลีประดับมาสเตอร์
ทำให้วินเซนต์หลับลึกไปในเวลาไม่ถึงสิบวินาที
เซฟิรอธยิ้มเย็น รับร่างอ่อนปวกเปียกของวินเซนต์มาประคองไว้ แล้วก็กดลิฟต์ไปยังชั้นจอดรถ
*********************
TBC
ตอนหน้าได้ฤกษ์โหดแล้วค่ะ เอิ๊กกกกกก ถูกใจคนเขียนจริง ๆ (อ้าว?)
ขอบคุณที่ติดตามค่ะ
แล้วก็ขอบคุณที่เข้ามาเล่นน้ำกันนะคะ บล็อคเปียกโชกเลย สวัสปีใหม่ไทยย้อนหลังค่ะ
(ถ้าให้ถูกคือแทบไม่ได้เข้าบลอกพี่เลยด้วย)= ="
เซฟี่ ช่าง....รักเพื่อนจริงๆ
รอตอนต่อไป คุๆๆๆๆๆๆๆ
#1 By Beriuos Modeบ้าคลั่งAVP on 2008-04-17 11:27