[Fic FF7 AU] Prisoner of Love - จำเลยรัก #2

posted on 17 Apr 2008 10:10 by glorfindel  in Fic

MSN ติ๊งต๊องหนึ่งวัน เล่นเอาจิตตก สรุปคือ มันลาป่วยเป็นไข้วายหนึ่งวัน ตอนนี้หายแล้ว ใช้ได้เป็นปกติ ...

อ่านฟิคต่อค่ะ หลั่นลา

........................

Title : Prisoner of Love - จำเลยรัก #2
Author : BeeJang

Pairing : Sephiroth/Vincent, Angeal/Grimoire
Rating : NC17 เร็ว ๆ นี้

Disclaimer : ตัวละครเป็นของ Square Enix ห้ามคัดลอกไปเผยแพร่ที่อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต


*****************

“ขอโทษนะ ฉันคิดกับนายแค่เพื่อนจริง ๆ “

วินเซนต์รู้สึกผิดมาก ๆ ที่ต้องทำให้ซิดรู้สึกแย่ พวกเขาเป็นเพื่อนกันมาหลายปีแล้ว บุคลิกที่ต่างกันมากทำให้พวกเขาเข้ากันได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ จนมาวันนี้ ซิดไม่รู้ไปฟังใครยุมา จึงมาสารภาพรักกับเขา วินเซนต์ไม่อยากให้อีกฝ่ายมีความหวังและคิดเกินเลยไปมากกว่านี้ แม้คำพูดอาจจะแรงและตรงไปหน่อย แต่หากไม่พูดตรง ๆ ไปเลย ซิดก็คงคิดกับเขาเกินกว่าเพื่อนอยู่เหมือนเดิม

แต่แค่ชั่วนาทีเดียว ซิดที่หน้าเสียก็กลับมาทำหน้าทะเล้นเหมือนเดิม ราวกับคำพูดจริงจังเมื่อครู่เป็นคำพูดล้อเล่น

“สักนิดไม่ได้เหรอ” ซิดแหย่

“ไม่ได้” วินเซนต์เสียงแข็ง บางครั้งซิดก็ทีเล่นทีจริง จนเขาแยกไม่ออกว่าซิดกำลังล้อเล่นหรือเอาจริง แต่ก็นั่นล่ะ มันเป็นจุดที่วินเซนต์ชอบ เขาสบายใจมากกว่าที่มีซิดเป็นเพื่อน และอยากคงมิตรภาพนี้ไว้

ซิดครางปอดแปด ทำท่าจะเป็นจะตาย ก่อนจะผิวปากเปี้ยวเมื่อสาวบาร์ในชุดเมดเดินเอาเบียร์มาเสิร์ฟ แม่สาวสุดสวยชายตามองซิดอย่างรำคาญใจ ก่อนจะหันมองมายังวินเซนต์ที่นั่งข้าง ๆ กัน แล้วก็จ้องนิ่งค้างราวกับตกตะลึง ไม่นานนัก ริมฝีปากของหล่อนคลี่เป็นรอยยิ้มยั่วยวน สายตาตื่นตะลึงเปลี่ยนเป็นแววตาร้อนแรง เขารีบละสายตาจากหล่อน ใบหน้าแดงก่ำ

ซิดหัวเราะร่วนกับท่าทีเขินอายของวินเซนต์ เขากระซิบแซวเมื่อหล่อนเดินไปแล้ว “ไม่เลวนะ วินซ์ แค่มองเฉย ๆ แม่คุณก็หลงรักนายเข้าแล้ว”

“ไม่เอาน่า ซิด” วินเซนต์ส่ายหน้า ดื่มเบียร์แก้เขิน

“เฮ้ย มันก็แค่เรื่องปกติธรรมดาของผู้ชายนะ ฉันรู้นะว่าก่อนหน้านี้มีคนมาสารภาพรักกับนาย แล้วนายก็หักอกเขาซะไม่มีดี”

วินเซนต์สะดุ้ง แทบสำลักเบียร์ ซิดหมายถึงรีฟ ผู้บริหารระดับสูงคนหนึ่งในบริษัทที่มาหลงรักเขา แต่เขายังไม่แน่ใจในตัวเองเท่าไหร่ เลยบอกปฏิเสธรีฟไป แต่นั่นก็ทำให้รีฟซึมไปพักใหญ่ ๆ ทีเดียว

“ก็ฉันไม่ได้รักเขานี่นา”

“นายนี่ล่ะน้า” ซิดลากเสียงยาว ทำหน้าระอาใจ “ทีตอนรู้จักกันแรก ๆ ก็ใจดีกับเขาไปทั่ว ทำให้คนอื่นเข้าใจผิดคิดว่านายมีใจให้เหมือนกัน หลังจากนั้นก็หักอกคนอื่นเสียยับเยิน ชื่อเสียงนายจะแย่เอานา”

“ฉันเปล่านะ” วินเซนต์หันขวับ

“นายอาจจะคิดว่าเปล่า แต่คนที่ถูกนายปฏิเสธไม่ได้คิดแบบนั้นน่ะสิ” ซิดซดเบียร์ เหลือบสายตามองชายหนุ่มหน้าสวยที่นั่งข้าง ๆ

วินเซนต์ถอนใจ จะว่าไป ซิดก็พูดถูก เขาไม่เคยปฏิเสธไมตรีจากคนอื่นเลย แต่เขาก็ยังไม่เคยเจอคนที่เขารักจริง ๆ พอถูกบอกรัก เขาก็เลยต้องปฏิเสธไปเสียทุกคน

พอวินเซนต์เงียบไป สีหน้าซีเรียสครุ่นคิด ซิดก็หัวเราะก๊าก “ลดเสน่ห์ลงบ้างสิ วินซ์ แค่นายนั่งใกล้ ๆ ฉันยังหวั่นไหวเลย”

“บ้า” วินเซนต์หน้าแดง ผลักอกซิดเบา ๆ อีกฝ่ายหัวเราะร่วน ผลักตอบ

ความเป็นเพื่อนของเขาและซิดแบบนี้นี่ล่ะ ที่เขาไม่อยากเสียไป

**********************

ไม่ใช่ว่าโซลเยอร์ทุกคนจะมีประสาทสัมผัสดี แต่นี่คงเป็นความสามารถพิเศษของเซฟิรอธก็ได้ แม้สองหนุ่มจะนั่งที่เคาน์เตอร์บาร์ ส่วนเขานั่งห่างออกมาไกลสามช่วงโต๊ะ มีเสียงพูดคุยเคล้าเสียงดนตรีที่แทบไม่มีใครฟัง แต่เซฟิรอธก็ยังได้ยินเสียงกระซิบคุยกันเพียงสองคนอยู่ดี

มันเป็นเรื่องบังเอิญ ไม่ใช่ว่าเขาจงใจที่จะมานั่งดื่มในบาร์แห่งเดียวกันกับวินเซนต์ เซฟิรอธมานั่งดื่มกับรูฟัสที่นี่เป็นประจำอยู่แล้ว และวันนี้รูฟัสก็มาด้วย แต่ลุกไปคลอเคลียกับหนุ่มน้อยคนหนึ่งที่กลางฟลอร์เต้นรำไฟสลัว เขาเลยนั่งคนเดียว แม้จะมีใครหลายคน ทั้งสาวและหนุ่ม ส่งสายตาทอดสะพานมาให้ เขาเองก็เกือบจะตอบรับสายตาเชื้อเชิญของหนุ่มน้อยผมทองหน้าตาซื่อบริสุทธิ์คนหนึ่งแล้ว แต่พอเห็นวินเซนต์เดินเข้ามาในบาร์ สายตาของเขาก็จับแต่วินเซนต์เพียงคนเดียว

ทั้งเพราะความโดดเด่นของวินเซนต์ ใบหน้าที่สวยได้รูปนั้นยากที่จะไม่มีใครเหลียวมอง รูปร่างผอมบางสูงโปร่ง ดูดีมากในเสื้อเชิ้ตพอดีตัว เลิกงานแล้ว เสื้อนอกถอดพาดบ่า กระดุมเม็ดบนถูกปลดออก ชายเสื้อหลุดลุ่ยออกมานอกกางเกง เนคไทก็ดึงออกจนหลวม ท่าทีง่าย ๆ กับรอยยิ้มสบาย ๆ ทำให้วินเซนต์ดูดีมาก จนทำให้เซฟิรอธเผลอเหม่อมองอย่างตื่นตะลึง

แต่นั่นก็แค่ชั่วขณะเดียว ก่อนความเคืองแค้นจะกลับมาสู่ใจของเขา ยิ่งเห็นนายช่างใหญ่แห่งฝ่ายเทคโนโลยีการบินของบริษัทอย่างซิดเดินเคียงข้างวินเซนต์ด้วยแล้ว เซฟิรอธยิ่งรู้สึกหงุดหงิดมากขึ้นเป็นพิเศษ

โชคดีที่บาร์ค่อนข้างมืด ทำให้วินเซนต์ไม่เห็นเซฟิรอธ ทำให้เขาแอบฟังบทสนทนาของพวกเขาได้ โดยที่วินเซนต์ไม่รู้ตัว จนกระทั่งเซฟิรอธได้ยินสิ่งที่เขาอยากได้ยิน

‘ … ก่อนหน้านี้มีคนมาสารภาพรักกับนาย แล้วนายก็หักอกเขาซะไม่มีดี … ‘

‘ … ก็ฉันไม่ได้รักเขานี่นา … ‘

‘ … ใจดีกับเขาไปทั่ว ... หลังจากนั้นก็หักอกคนอื่นเสียยับเยิน ... ‘

แค่นี้ก็พอแล้ว เซฟิรอธลุกขึ้นจากโต๊ะ โบกมือลารูฟัสที่ไม่รู้ว่าเจ้าตัวจะเห็นหรือเปล่า เด็กหนุ่มผมทองเดินตามเขาออกมาถึงหน้าบาร์เผื่อเขาจะเปลี่ยนใจ แต่ไม่ล่ะ คืนนี้เขาไม่มีอารมณ์ เลยเดินออกไปข้างนอกเร็ว ๆ และไม่สนใจใครอื่น

แม้สีหน้าจะเรียบเฉย แต่ใจเขาร้อนรุ่ม วินเซนต์หักอกแองจีล และไม่ใช่แองจีลเพียงคนเดียว ยังมีคนอื่น ๆ อีกมากมายที่มาหลงรักใบหน้าสวย ๆ นั่น เซฟิรอธไม่สนใจคนอื่น ๆ ที่วินเซนต์หักอกหรอก แต่เขายอมไม่ได้ที่จะมีใครมาทำร้ายแองจีล เพื่อนที่เขารักที่สุด

น่ารังเกียจชะมัด

**********************

“ทำอะไรอยู่น่ะ แองจีล นายมีภารกิจไม่ใช่เหรอ?” เซฟิรอธกล่าวถามเมื่อเห็นแองจีลรี ๆ รอ ๆ อยู่ที่หน้าลิฟต์ ไม่ยอมขึ้นไปที่ห้องของลาซาร์ดเสียที เซฟิรอธเพิ่งกลับมาจากภารกิจหนึ่ง ไปรายงานตัวและสรุปภารกิจให้ฟังลาซาร์ดมาเมื่อครู่ และถูกขอให้ไปตามแองจีลขึ้นไปหาโดยทันที

“เอ่อ ฉันพยายามโทรหาด๊อกเตอร์น่ะ แต่เขาไม่ยอมรับสายเลย ฉันอยากฟังเสียงเขาก่อนไปทำภารกิจ” แองจีลต่อสายโทรศัพท์มือถืออีกครั้ง ก่อนจะถอนใจ ส่ายหน้า แล้วก็เดินขึ้นลิฟต์ไปอย่างเซื่องซึม

เซฟิรอธเห็นใจแองจีลเหลือเกิน ดูท่าทางยังคงตัดใจจากพ่อหนุ่มวาเลนไทน์ไม่ได้ ภารกิจของแองจีลครั้งนี้คือการไปสอดแนมกองกำลังลับของกลุ่มต่อต้าน เป็นงานเสี่ยงอันตรายเลยทีเดียว แล้วพอออกสนาม พวกเขาต้องปิดมือถือและเปลี่ยนไปใช้วิทยุสื่อสารแบบล๊อคคลื่นสัญญาณพิเศษแทน แองจีลคงอยากได้กำลังใจก่อนจากไปเป็นแน่

ยิ่งคิดเซฟิรอธก็ยิ่งเคือง มีใครอีกหลายคนที่วินเซนต์สามารถปั่นหัวได้ แต่คน ๆ นั้นไม่ควรเป็นแองจีล แม้ภายนอกแองจีลจะดูแข็งแกร่งกว่าใคร ๆ แต่จริง ๆ แล้ว เพื่อนเขาคนนี้อ่อนไหวเอามาก ๆ

เซฟิรอธกับแองจีล พวกเขาเติบโตขึ้นมาพร้อมกัน วิ่งเล่น เรียนหนังสือ ฝึกปรือฝีมือด้วยกันเสมอ แม่ของเซฟิรอธไม่ค่อยว่าง เลยฝากเซฟิรอธในวัยเด็กไว้กับบ้านของแองจีล โดยมีคุณแม่จิลเลียน มารดาผู้ใจดีและอ่อนโยนของแองจีลคอยดูแล และรักเซฟิรอธราวลูกในไส้ ทำให้เขาผูกพันและรู้จักแองจีลมากกว่าใครอื่น

“แองจีลเป็นคนแข็งนอกอ่อนใน แม่กลัวว่าเขาจะหาแฟนไม่ได้ ฝากเซฟิรอธด้วยดูแลหน่อยนะ”

เซฟิรอธยังจำคำของจิลเลียนได้ดี เขาสัญญาเป็นมั่นเหมาะกับจิลเลียนไว้ว่าดูแลแองจีลเป็นอย่างดี ยิ่งทำให้เขาทนไม่ได้หากมีใครมาทำร้ายจิตใจเพื่อนรักของเขา

เซฟิรอธยืนอยู่ริมกระจก เฝ้ามองเฮลิคอปเตอร์ของบริษัทบินออกไป แองจีลคงออกเดินทางแล้ว อีกเกือบหนึ่งสัปดาห์หรือนานกว่านั้นกว่าจะได้กลับมา หวังว่าช่วงเวลาที่ไม่ได้พบหน้าสวย ๆ ของวินเซนต์จะทำให้แองจีลคิดได้

เงาในกระจกสะท้อนไปยังหน้าลิฟต์ที่เปิดออก รูฟัสเดินออกมาพร้อมกับวินเซนต์ ถ้าเดินกันตามปกติ เขาคงไม่ใส่ใจ แต่มือของรูฟัสกำลังโอบเอวบางของวินเซนต์อยู่ และดูเจ้าตัวก็ไม่ได้ถือสาอะไร สองคนหัวเราะต่อกระซิบ ก่อนจะเดินเคียงคู่กันไปที่ห้องทำงานฝ่ายทาร์ค

ทุเรศที่สุด เซฟิรอธคิดอย่างเคืองแค้นในใจ ที่วินเซนต์ปฏิเสธใครต่อใครก็เพราะเขาหวังปลาตัวใหญ่กว่านี่เอง

เซฟิรอธตั้งปณิธานไว้ในใจว่าเมื่อแองจีลกลับมา เขาต้องพูดให้เพื่อนรักตัดใจจากคนที่ไม่มีค่าแบบนี้ให้ได้

*******************

ยังไม่ครบสัปดาห์ดี ทีมของแองจีลก็กลับมา ภารกิจล้มเหลว โซลเยอร์บาดเจ็บแทบทุกคน โดยเฉพาะแองจีลที่ปกป้องคนในบังคับบัญชาจนเจ็บหนักกว่าใคร

เซฟิรอธรีบไปเยี่ยมแองจีลทันทีที่รู้ข่าว แต่พอเห็นหน้าเพื่อนรัก เขาก็รู้ดีว่าแองจีลพลาดเพราะอะไร ความเหม่อลอยเลินเล่อ และสภาพจิตใจที่ไม่พร้อมทำงาน ทำให้แองจีลถูกโจมตีจนสาหัส

“เขาเป็นยังไงบ้างครับ ด๊อกเตอร์” เซฟิรอธหันไปถามชายสูงวัยในชุดกาวน์สีขาวที่เข้ามาดูอาการของแองจีล

“กระดูกหักหลายที่ กล้ามเนื้อบางส่วนถูกไฟคลอก นอกนั้นก็ไม่มีอะไรน่าห่วง แต่เขาคงจะยังไม่ฟื้นเร็ว ๆ นี้หรอกนะ”

เซฟิรอธถอนใจยาว แองจีลคงจะฟื้นตัวเร็ว ๆ นี้ แต่สภาพจิตใจเล่า ความล้มเหลวในภารกิจจะเป็นอีกหนึ่งบาดแผลในใจของแองจีลเลยทีเดียว

“ด๊อก … เตอร์ … “ แองจีลคราง

เซฟิรอธกำลังจะคว้ามือของแองจีลที่พยายามยกขึ้นไขว่คว้าอากาศ แต่ด๊อกเตอร์สูงวัยคนนั้นอยู่ใกล้กว่า เขากุมมือของแองจีลเอาไว้ จับให้วางที่อก แล้วก็กุมมือนั่นเอาไว้ เขาคลี่ยิ้มน้อย ๆ เป็นรอยยิ้มอันอ่อนโยนและห่วงใยจากใจจริง

“ฉันอยู่นี่ เธอไม่เป็นไรแล้ว”

แล้วด๊อกเตอร์ก็ลูบหน้าผากของแองจีล คอยซับเหงื่อที่ผุดขึ้นบนใบหน้าของแองจีลให้ ราวกับปาฏิหาริย์ สีหน้าตึงเครียดของแองจีลกลับผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด แล้วเขาก็หลับสนิท ลมหายใจสม่ำเสมอ

เซฟิรอธนึกขอบคุณด๊อกเตอร์ผู้นี้ที่ยอมมาดูแลแองจีล เหลือบมองไปที่อกเสื้อ ด๊อกเตอร์กริมัวร์ ว. แผนกวิจัย ช่างเป็นคนที่ใจดีจริง ๆ

“ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกนะ ฉันจะดูแลแองจีลให้เอง”

“ฝากด้วยนะครับ ขอบคุณครับ”

เซฟิรอธค้อมศีรษะให้ด๊อกเตอร์กริมัวร์ เหลือบมองแองจีลอีกครั้งเพื่อความแน่ใจว่าเพื่อนรักสบายดีแล้ว ก่อนจะเดินออกไปจากห้อง ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

วินเซนต์ คราวนี้ฉันไม่ปล่อยนายเอาไว้แน่

*******************

วินเซนต์เพิ่งกลับมาภารกิจ แม้จะฟังดูง่าย ๆ แค่ไปดูแลการก่อสร้างสนามเด็กเล่นในสลัม แต่เมื่อลงสนามไปจริง ๆ แล้ว กลับวุ่นวายไม่ใช่เล่นทีเดียว โดยเฉพาะการป้องกันระวังภัยให้เด็ก ๆ น้ำใจงามที่อยากจะมาช่วยพวกพี่ ๆ สร้างสนามเด็กเล่นให้เสร็จไว ๆ นั้นเป็นเรื่องยากทีเดียว อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอ แต่มันจะต้องไม่เกิดกับเด็ก ๆ เด็ดขาด นั่นก็ทำให้งานยากขึ้นเพราะเด็ก ๆ วิ่งวุ่นอยู่ทุกมุมสนาม ทำให้ทั้งวินเซนต์และเพื่อน ๆ ทาร์ควิ่งไล่จับกันหัวหมุนเลยทีเดียว

งานเสร็จสมบูรณ์ ทุกคนมีความสุขมาก เมื่อเห็นรอยยิ้มของเด็ก ๆ เขาก็ยินดี

แต่พอกลับเข้าบริษัท ทุกคนดูเหมือนจะวุ่นวายกันไปหมด เขาเห็นเซฟิรอธเดินตรงมาด้วยสีหน้าประหลาด ๆ จึงรีบไปถาม

“เกิดอะไรขึ้นเหรอ ทำไมดูวุ่นวายจัง?”

เซฟิรอธนิ่งไปขณะหนึ่ง เขาเก็บงำโทสะไว้ในใจ พยายามไม่ให้แสดงออกทางสีหน้า แม้ตอนนี้เขากำลังโกรธจัดจนใจแทบจะลุกเป็นไฟ จะไม่ให้เขาโกรธได้เช่นไร ข่าวร้ายเรื่องภารกิจใหญ่ล้มเหลวและโซลเยอร์เฟิร์สคลาสสุดยอดเช่นแองจีลบาดเจ็บสาหัส ข่าวใหญ่ขนาดนี้ วินเซนต์ยังไม่รู้อีก

ใจดำที่สุด เขาทนไม่ไหวแล้ว

“แองจีลกลับมาจากภารกิจ บาดเจ็บสาหัส พักอยู่ข้างบน” เซฟิรอธตอบห้วน ๆ เขายังรู้สึกแปลกใจที่คงน้ำเสียงราบเรียบได้เหมือนปกติ

“ตายจริง” วินเซนต์อุทานด้วยความตกใจ สีหน้าซีดเผือด เขาวิ่งไปที่ลิฟต์ทันที

ไม่ต้องรอให้ใครบอก เซฟิรอธก้าวยาว ๆ ตามวินเซนต์เข้าไปในลิฟต์ด้วยเหมือนกัน เขาทำตัวปกติธรรมดาเพื่อไม่ให้วินเซนต์จับพิรุธ เขาเดินเข้าลิฟต์มาทีหลัง เมื่อประตูลิฟต์ปิดและกำลังเลื่อนขึ้น เขาก็ยกมือขึ้นเบื้องหน้าวินเซนต์ที่ดูจะแปลกใจ ก่อนจะใช้พลังจากมาเทเรียสลีประดับมาสเตอร์ ทำให้วินเซนต์หลับลึกไปในเวลาไม่ถึงสิบวินาที

เซฟิรอธยิ้มเย็น รับร่างอ่อนปวกเปียกของวินเซนต์มาประคองไว้ แล้วก็กดลิฟต์ไปยังชั้นจอดรถ

*********************

TBC

ตอนหน้าได้ฤกษ์โหดแล้วค่ะ เอิ๊กกกกกก ถูกใจคนเขียนจริง ๆ (อ้าว?)

ขอบคุณที่ติดตามค่ะ

แล้วก็ขอบคุณที่เข้ามาเล่นน้ำกันนะคะ บล็อคเปียกโชกเลย สวัสปีใหม่ไทยย้อนหลังค่ะ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เหอะๆๆๆไม่ได้อ่านฟิคพี่บีจังตั้งนาน
(ถ้าให้ถูกคือแทบไม่ได้เข้าบลอกพี่เลยด้วย)= ="
เซฟี่ ช่าง....รักเพื่อนจริงๆ
รอตอนต่อไป คุๆๆๆๆๆๆๆopen-mounthed smile
กรู้ววว อีกนิดเดียว รอลุ้นค่ะ
คู่รองท่าจะแฮปปี้กันแล้ว คงไม่ทันสนใจเซฟวินแน่ๆ ทางโล่งสบายล่ะ

ระหว่างนี้ก็ร้องเพลงรอไปก่อน เจ็บแค้นเคืองโกรธ ~~~.

#2 By ffr -_- on 2008-04-17 17:32

วันนี้รูฟัสก็มาด้วย แต่ลุกไปคลอเคลียกับหนุ่มน้อยคนหนึ่งที่กลางฟลอร์เต้นรำไฟสลัว
^
^
อื้อหืมมมมมมม ไม่ค่อยเลยนะคะท่านประธาน ฮ่าๆๆๆๆ


จะยังไงต่อกันล่ะค่ะทีนี้ ทำให้หนูนึกถึงสวรรค์เบี่ยงค่ะ 55555555 คาวีเซฟี่มันจะลักพาตัวนารินวินเซนต์แล้ว อ๊ากกกกกกกกกกกกกก~~!! จ๊อดดดดดดดดดดดด ต่อเร็วๆนะคะหนูอยากอ่าน~~!!

#3 By KUN as [Harao+Rui+Komui] on 2008-04-17 19:12

โอ๊ะ ตอนที่องแล้ว

สวัสดีปีใหม่ย้อนหลังนะครับ
big smile

#4 By Private World of The Demon ReX on 2008-04-18 00:59

สวัสดีค่ะ

เคยอ่านงานเขียนของบีจังมาก่อนนะคะ แต่มันนานมากๆๆๆ แล้ว ชอบมากๆเลยค่ะ ตอนนี้ขุดไพบบล็อกของบีจังอีก ดีใจสุดๆเลยค่ะ ><

#5 By Yaoh Zun Wve on 2008-04-18 07:55

แอบสะดุ้งข้อความเดียวกันกับความคิดเห็นที่ 3 ค่ะ
ท่านประธานนนนนนนนนนนนนนม่ายน้า!!!!!
ไม่ยอมๆๆๆๆ //ลงไปกองกับพื้น ดิ้นๆๆ//

เซฟิรอธยังคงรักเพื่อนจริงๆ เลย
รีบวิ่งไปอ่านตอนที่3 ต่อcry

#6 By Bluedog-หมาหน่อ- on 2008-04-18 22:21