[Fic FF7 AU] Prisoner of Love - จำเลยรัก #1
posted on 11 Apr 2008 11:38 by glorfindel in Ficชื่อไทยคือ 'จำเลยรัก' เวอร์ชั่นเซฟวิน.. อ่านขำ ๆ เพราะเขียนไปก็ขำไปเหมือนกัน
จะคาดหวังอะไรได้บ้าง .. คนเขียนหวังว่าจะเขียนจบ .. หวังว่าจะเขียนฉากตบจูบ ข่มขืนได้ถึงพริกถึงขิง .. หวังจะได้เห็นเซฟิรอธโหดร้ายซาดิสม์ แล้วก็ตามง้อวินเซนต์ในตอนจบ .. หวังจะได้เห็นวินเซนต์ถูกกระทำ ก๊าก .. หวังว่าจะไม่จิตตกก่อนเขียนจบ .. ฯลฯ
เรื่องต่อไป คงเป็น Departed Heaven ชื่อไทย 'สวรรค์เบี่ยง (เบน)'
เรื่องต่อไปอีก คงเป็น Slave (of your affliction) ชื่อไทย 'นายทาส'
...............
ประชดละครบ้านเรานะเนี่ย เผื่อไม่รู้ ฮา
...............
Fic Final Fantasy 7 AU
Title : Prisoner of Love #1
Author : BeeJang
Pairing : Sephiroth / Vincent, Angeal / Grimoire
Rating : NC17(แต่ไม่ใช่ตอนนี้หรอกนะ)
Disclaimer : ตัวละครและพล็อตเรื่องไม่ใช่ของดิฉัน แต่ดิฉันห้ามไม่ให้เผยแพร่ที่อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่งั้นดิฉันจะตามไปด่าไม่ให้ได้ผุดได้เกิดเลย
**********************
“ขอโทษนะ ตอนนี้ฉันยังไม่มีใจจะคบใครมากกว่าเพื่อนหรอก”
น้ำเสียงนิ่ง ๆ แต่แน่วแน่ เอ่ยปฏิเสธอย่างสุภาพทำให้แองจีลไม่สามารถพูดอะไรต่อไปได้อีก คำพูดที่ตระเตรียมมาในใจเพื่อโน้มน้าวให้อีกฝ่ายพิจารณาข้อเสนอของตัวเองติดอยู่ที่ลำคอ ไม่อาจเอ่ยคำใดออกมาได้ ทั้งหมดนี้เพียงเพราะสายตาที่จับจ้องเขา นิ่งสงบราวทะเลไร้คลื่น แต่หนักแน่นจริงจังดั่งหินผา แค่นี้เขาก็รู้ตัวดีว่าไม่อาจสั่นคลอนใจบุคคลเบื้องหน้าได้
“ขอโทษนะ” เสียงของด๊อกเตอร์อ่อนโยน เอ่ยซ้ำอีกครั้งเมื่อเขาเงียบไปนาน
“ครับ ผมเข้าใจ ... ขออภัยที่รบกวนเวลาครับ”
แองจีลตอบไปอย่างยากลำบาก โค้งให้บุคคลตรงหน้า แล้วก็หันหลังกลับ ก้าวเดินจากไปอย่างมั่นคง พยายามอย่างยิ่งยวดไม่ให้ไหล่สองข้างสั่นไหว เพราะเขารู้ดีว่าสายตาของด๊อกเตอร์ยังคงจับจ้องเขาอยู่ เขายอมไม่ได้ที่จะให้อีกฝ่ายเห็นความอ่อนแอของตนเอง เขาต้องเข้มแข็งตลอดเวลา ต้องทำให้ดูเป็นผู้ใหญ่ทั้งกายและใจเพื่อให้ด๊อกเตอร์ยอมรับเขาให้ได้
แต่พอลับมุมตึก มีเขาเพียงลำพังคนเดียว น้ำตาที่กลั้นไว้ก็ไหลอาบแก้ม
***************
เซฟิรอธเห็นแองจีลเดินซึมกลับเข้ามาในห้อง ก็พอคาดเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น ความเข้มแข็งก่อนหน้านี้ที่เขาเคยเห็นหายไปหมด
เซฟิรอธไม่เคยพบคนที่แองจีลหลงรัก เขาเองงานยุ่งจนไม่มีเวลามาสนใจคนอื่น ๆ ในบริษัท แต่แองจีลสนิทกับเขามากที่สุด ครั้งหนึ่งหลังจากที่แองจีลกลับจากภารกิจ ประกายตาของเพื่อนสนิทเปลี่ยนไป สดใส มีชีวิตชีวา มันคือแววตาของคนกำลังมีความรัก เซฟิรอธรู้ดี เพราะเขาเคยเห็นแววตาเช่นนี้บ่อย ๆ กับเหล่าแฟน ๆ ที่มาหลงรักเขานั่นเอง
พอเลียบเลียงเคียงถาม แองจีลก็หน้าแดงราวกับเด็กหนุ่มที่ริรักเป็นครั้งแรก อ้อมแอ้มตอบมาว่าเป็นคนที่ออกไปทำภารกิจด้วยกัน อยู่แผนกวิจัย ชื่อวาเลนไทน์ แล้วแองจีลก็หลงรักด๊อกเตอร์คนนี้หัวปักหัวปำ
นี่คงไปสารภาพรักแล้วถูกปฏิเสธมาแน่ ๆ เลยซึมเศร้าแบบนี้
เซฟิรอธสนิทกับแองจีล เขารู้จักเพื่อนรักคนนี้ดีกว่าใคร ทำให้เขามองว่าใครก็ตามที่ปฏิเสธแองจีลเป็นคนที่โง่เง่าที่สุดในโลก แองจีลเป็นโซลเยอร์อนาคตไกล เก่งเป็นรองก็เพียงตัวเขา แม้แองจีลจะเป็นคนจริงจังในการทำงาน แต่ก็อ่อนโยนเสมอ นิสัยดี น่าคบที่สุดในบรรดาเพื่อน ๆ ทั้งหมดที่เขารู้จัก
เซฟิรอธได้ยินเสียงแองจีลถอนใจยาว เขาส่ายหน้า คิดว่าเขาควรปล่อยให้เพื่อนอยู่ตามลำพังสักพัก จึงเดินออกไป พลางคิดในใจว่าเขาควรจะไปดูหน้าคนที่ปฏิเสธรักแองจีลสักหน่อย
**********************
วินเซนต์นึกสังหรณ์ใจแปลก ๆ เขาเลยตรงไปหาพ่อถึงห้องวิจัย เขาพอรู้เหมือนกันว่าแองจีลสนใจพ่อของตัวเอง และเขาเองก็ไม่ขัดข้องหากพ่อจะมีคนรัก แต่เหมือนพ่อจะไม่คิดเช่นนั้น เขารู้จักพ่อดีกว่าใคร พวกเขาคุยกันเสมอ ไม่มีความลับปิดบังต่อกัน ทำให้เขารู้เรื่องของแองจีลด้วย
“พ่อฮะ พ่อปฏิเสธแองจีลเหรอฮะ?” วินเซนต์ถามกริมัวร์ตรง ๆ ด้วยว่าไม่เห็นความจำเป็นใดที่ต้องอ้อมค้อม
กริมัวร์เงยหน้าจากจอคอมพิวเตอร์ สบตาเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปมองหน้าจอใหม่ พยักหน้าน้อย ๆ พร้อมกับคราง “อือ”
“ทำไมล่ะครับ แองจีลเขาเป็นคนดีนะฮะ ผมไม่เคยเห็นเขามีข่าวลืออะไรกับใครเลย ผมคิดว่าเขาเข้ากับพ่อได้ดีซะอีก”
วินเซนต์พูดไปตามความรู้สึก เขาเคยทำงานออกสนามกับแองจีลสามสี่ครั้ง คุ้นเคยกับชายหนุ่มร่างใหญ่นี้พอสมควร และเขาเองก็ชอบแองจีลด้วย
“ไม่ใช่อย่างงั้นหรอก วินซ์ … พ่อไม่สงสัยความจริงใจของแองจีลหรอก แต่พ่อไม่แน่ใจตัวเองมากกว่า”
“ทำไมล่ะฮะ แม่ก็จากเราไปนานแล้วนะฮะ ผมว่าแม่ก็คงไม่ว่าอะไรหรอกถ้าพ่อจะมีความสุขอีกครั้งกับใครสักคนที่รักพ่อ”
กริมัวร์หันมามองวินเซนต์อีกครั้ง ถอนใจนิด ๆ พลางคลี่ยิ้มอ่อนโยน เขาอ้าแขน ดึงลูกชายมากอด “พ่อคิดว่าพ่อมีความสุขดีอยู่แล้วกับลูก”
วินเซนต์เงยหน้าขึ้นจากอกพ่อ อ้าปากพูด “แต่ว่า … “
“พ่อแก่แล้วนะ วินซ์ ... จะมีชีวิตอีกสักกี่ปีกัน จะได้อยู่อุ้มหลานหรือเปล่าก็ไม่รู้ ลูกลองคิดดูสิ แองจีลกับพ่ออายุห่างกันเท่าไหร่ พ่อต้องตายก่อนเขาอยู่แล้ว และก็คงตายก่อนเขาหลายปีเลยทีเดียว พ่อไม่อยากทำให้คนที่เขารักพ่อต้องเจ็บปวด และอยู่อย่างเดียวดายไปจนตลอดชีวิตหรอกนะ”
วินเซนต์เงียบไป เขารู้ดีว่าพ่อหมายถึงอะไร
“การมีชีวิตอยู่โดยลำพังหลังจากคนที่เรารักตายจากเราไปแล้ว มันเจ็บปวดมากนะ วินซ์ พ่อไม่อยากให้ใครต้องรู้สึกแบบนั้นอีก”
พ่อกำลังพูดถึงตัวเอง วินเซนต์รู้ดี แม่จากพ่อไปนานเท่าอายุของเขา ช่วงเวลายี่สิบสามปีที่ต้องใช้ชีวิตโดยปราศจากคนที่รักมันเจ็บปวดมาก วินเซนต์รู้ดีว่าพ่อรักแม่มาก และพ่อต้องทนอะไรมาบ้าง
วินเซนต์รู้ด้วยซ้ำว่าพ่อเองก็มีใจให้แองจีลพอสมควรด้วย คงเพราะรัก เลยยอมตัดใจจากแองจีล เพื่อให้เขามีโอกาสรักคนอื่นที่เหมาะสมกว่า
“ผมเข้าใจฮะ” วินเซนต์ตอบได้เพียงเท่านี้ ก่อนจะฝังใบหน้ากับอ้อมอกอบอุ่นของพ่อ
“พ่อก็หวังว่าเค้าคงเข้าใจเหมือนกัน” กริมัวร์พึมพำแผ่วเบาราวกับพูดกับตนเอง ตอกย้ำให้แน่ใจว่าเขาคิดถูกที่ทำแบบนี้
แม้หัวใจจะเจ็บปลาบก็ตาม
**********************
วินเซนต์เดินออกมาด้วยหัวใจหนักอึ้งกว่าเก่า เขาอยากให้พ่อกับแองจีลลงเอยกันด้วยดี แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธเหตุผลของพ่อได้ ตอนนี้ เขาอยากไปพบแองจีล เพื่อบอกสาเหตุที่พ่อปฏิเสธรัก เขาคิดว่าหากแองจีลรู้ความจริง คนจริงจังอย่างแองจีลต้องไม่ยอมแน่ ๆ และจะต้องตามตื้อเพื่อชนะใจพ่อให้ได้แน่ ๆ
วินเซนต์กระชับเสื้อกาวน์สีขาวแน่น พ่อเป็นคนคลุมเสื้อกาวน์นี้ให้เขา บอกว่าช่วงนี้ทางแผนกวิจัยขอให้ทางตึกลดอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศลง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพต่อการวิจัยโปรเจ็คหนึ่ง ทำให้อากาศหนาวเป็นพิเศษ พ่อเป็นห่วง กลัวว่าเขาจะเป็นหวัด เลยเอาเสื้อกาวน์ตัวหนาที่พ่อใช้ประจำในห้องวิจัยมาคลุมให้
พ่อรักเขาถึงขนาดนี้ แล้วจะไม่ให้เขารักพ่อได้เช่นไร วินเซนต์ตั้งปณิธานเอาไว้ในใจว่าเขาจะทำทุกอย่างให้พ่อมีความสุขให้ได้ รวมทั้งเรื่องของแองจีลด้วย
วินเซนต์เดินเข้าไปในห้องพักของโซลเยอร์ เห็นแองจีลนั่งอยู่ตามลำพัง เลยเดินไปนั่งข้าง ๆ ทันที
***********************
เซฟิรอธเห็นคนแปลกหน้าในชุดเสื้อกาวน์นักวิจัยเดินเข้าไปในห้องหาแองจีล สมองอันปราดเปรื่องประมวลผลได้เร็วเทียบเท่าความเร็วแสง เขาแน่ใจเลยว่าคน ๆ นี้คือใคร สองขาก้าวตามเข้าไปในห้องแทบทันที
เขาไม่ต้องการให้ใครมาทำร้ายเพื่อนสนิทอีก
ชายในชุดกาวน์นั่งข้างแองจีล กุมมือเพื่อนเขาแน่น เขาเห็นแองจีลหันมองอีกฝ่ายด้วยสายตาอ่อนโยนแน่วแน่ มันคือสายตาแห่งความรัก เขาทนไม่ได้อีกหากต้องเห็นแองจีลเจ็บปวด เขาจึงกระแอมเบา ๆ บ่งบอกให้สองคนที่นั่งอยู่รู้ว่าในห้องมีเขาอยู่ แล้วก็เดินเข้ามาหา แองจีลผละออก พร้อมกับที่ชายในชุดกาวน์ดึงมือกลับ
“จะไม่แนะนำให้ฉันรู้จักหน่อยหรือ แองจีล?” เซฟิรอธนั่งลงที่โซฟาฝั่งตรงข้าม ตวัดสายตาไปยังคนแปลกหน้า
“เอ่อ นี่ วินเซนต์ วาเลนไทน์ เคยทำงานกับฉันสามสี่ครั้ง” แองจีลแนะนำสั้น ๆ
ใช่แล้ว วาเลนไทน์ คนที่แองจีลหลงรัก
แล้วแองจีลก็หันไปยังวินเซนต์ “ส่วนนี่ก็เซฟิรอธ นายคงรู้จักแล้ว เอ่อ ฉันหมายถึงเคยได้ยินชื่อน่ะนะ”
เซฟิรอธยิ้มเย็น ทุกคนในบริษัทย่อมรู้จักเขาในนามของโซลเยอร์ที่เก่งที่สุดในโลก เขารู้สึกรังเกียจสีหน้าของวินเซนต์ที่บ่งบอกว่า ‘เขาเองก็รู้จักเซฟิรอธ แต่ว่าไม่เคยมีโอกาสได้ทำงานหรือพูดคุยกันมาก่อน’ เขาลองพินิจใบหน้าของอีกฝ่าย พยายามค้นหาว่าอะไรทำให้แองจีลหลงรักจนโงหัวไม่ขึ้น จริงอยู่ ชายหนุ่มเบื้องหน้างดงามมาก ใบหน้าขาวกระจ่างหมดจด ส่วนประกอบบนใบหน้าทุกชิ้นวางได้ลงตัวพอดิบพอดีกับราวผลงานปั้นของจิตกรฝีมือเอก ยิ่งมองเขาก็ยิ่งแน่ใจว่าวินเซนต์สวยเสียยิ่งกว่าผู้หญิง ทั้งยังรูปร่างที่แม้จะนั่งอยู่และถูกคลุมภายใต้เสื้อกาวน์ตัวหนา แต่ก็ดูปราดเปรียวและสูงโปร่ง
“สวัสดี ฉันวินเซนต์ ได้ยินชื่อนายมานานแล้ว หวังว่าคงมีโอกาสได้ทำงานด้วยกันบ้างนะ” วินเซนต์ทักทายตอบ
นั่นไง เซฟิรอธคิดไว้แล้วว่าวินเซนต์ต้องตอบเช่นนี้ คำตอบตามมารยาทที่เขาได้ยินบ่อยแล้ว มุมปากของเซฟิรอธหยักขึ้นเป็นรอยยิ้ม เขาคิดในใจ แน่นอน ในอนาคตเราคงได้ทำงานด้วยกันเป็นแน่ และเมื่อนั้น ฉันจะแก้แค้นนายให้สาสมกับที่ทำร้ายจิตใจเพื่อนรักของฉันเลย
ราวกับถูกทิ่มแทงด้วยสายตา วินเซนต์ขอตัวออกไปอย่างอึดอัด โดยอ้างว่ายังมีธุระที่ต้องทำ แต่เซฟิรอธรู้ดี ว่าอีกฝ่ายคงทนไม่ได้กับสายตาร้อนแรง เต็มเปี่ยมด้วยความชิงชังของเขา ไม่มีผู้ใดทนได้หรอก
เซฟิรอธเฝ้ามองร่างสูงใต้เสื้อกาวน์สีขาวเดินออกไป รู้สึกสมเพชนักที่คนสวยอย่างวินเซนต์ กลับมีจิตใจที่เลวร้าย และมาทำให้คนดี ๆ อย่างแองจีลหลงรักแล้วก็ปฏิเสธอย่างเลือดเย็น เท่านั้นยังไม่พอ ยังจะมาเย้ยเยี่ยมดูใจกันถึงห้องพักโซลเยอร์ จับมือถือแขนให้ความหวังอะไรกันอีก แล้วแบบนี้เพื่อนรักของเขาจะตัดใจได้เช่นไร
เซฟิรอธเฝ้ามองสีหน้าที่มีความหวังของแองจีลแล้วก็แอบถอนใจ เริ่มครุ่นคิดแผนการบางอย่างในใจ
*******************
TBC
กริมัวร์คือพ่อของวินเซนต์ ในไฟนอลเจ็ดจริง ๆ น่ะตายไปนานแล้ว แต่ในภาค AU ของบีจังก็เป็นอย่างที่เห็นนี่ล่ะ ไม่ต้องแปลกใจ หรือจั๊กจี้ที่จับให้คู่กับแองจีล แรก ๆ ก็เขิน ๆ ค่ะ เขียนคู่พ่อเนี่ย เหมือนจะกล้าม ๆ ไงไม่รู้ แต่หลัง ๆ ชินแระ เลยวาดภาพกริมัวร์แบบวินเซนต์เวอร์ชั่นผู้ใหญ่ ไม่ได้ตัวโตกล้ามโตอะไรหรอก จะเป็นประมาณผู้ใหญ่อบอุ่น อ่อนโยน เป็นที่ปลาบปลื้มของสาว ๆ และหวงลูกชายเกลียดลูกเขยยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด ฮา
กระต่ายยังวิ่งอยู่ เลยเขียนต่อได้อีกบทแล้ว ว่าง ๆ ก็อ่านเล่น ๆ ขำ ๆ ละกันนะ
เหมือนไม่ได้เขียนฟิคจริงจังมานานมากกกกกกกแล้ว รู้สึกแปลก ๆ วุ้ย
แอบเศร้านิสๆที่วินซ์ต้องโดนทั้งตบทั้งดี อ้ากกก ผิวสวยๆเป็นริ้วรอยโหม้ดดดดดด
พอจะเข้าใจหัวจิตหัวใจของกริมัวร์เลยนะที่ปฏิเสธแองจีล แต่ไม่ค่อยเข้าใจวินเซนต์เลยให้ตายสิ ยัดเยียดพ่อให้เป็นอุเคะคนอื่นเนี่ยนะ? (หรือว่าวินเซนต์จะคาดหวังว่าพ่อจะเป็นเมะของโซลเยอร์?) เซฟิรอธก็เชื่อเพื่อนไม่ลืมหูลืมตาเลย ใครปฏิเสธเพื่อนชั้นถือว่ามีความผิดรึไง คนเราไม่สามารถเลือกได้เลยสินะ (อินจัด) ว่าแต่ เป็นแฟนกับโซลเยอร์เนี่ย คงเหมือนมีชีวิตที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย มั่นใจเหรอว่ากิลมัวร์จะตายก่อน? ต่อให้บวกอายุเพิ่มไปอีกสี่สิบปีก็ตาม ดูอย่างแซค ที่ดูจะเป็นคนอายุยืนอย่างแน่นอน (ดูเหมือนฆ่าก็ไม่ตายด้วย) ยังตายเลย คนที่จะต้องใช้ชีวิตรันทดหลังแฟนตายก็อาจจะเป็นกริมัวร์นะ แล้ววินเซนต์ก็จะเป็นกำพร้าอีกครั้งไง (ใช้ทำนองเพลง 14 อีกครั้งของเสก โลโซ)
จะรออ่านตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อยิ่งเลยค่า 555 รอสวรรค์เบี่ยงกับนายทาสด้วย ว่าแต่ นายทาสเนี่ย ใครจะรับบทคุณหญิงแย้มเหรอคะ? คลาวด์คงไม่ใช่ เพราะคุณบีจังเกลียดมัน คงไม่ยอมให้มันรับบทเมียหลวงหรอก คลาวด์คงได้บทยายฟักชัวร์ ๆ ว่าแต่ แล้วใครจะแก่กว่าวินเซนต์มากพอที่จะเอาไปรับบทคุณหญิงแย้มเนี่ย ลำพังวินเซนต์ก็แซยิดแล้ว...
#1 By K9 on 2008-04-11 13:49