[Fic FF7 RPG] Two Bodies - One Love
posted on 26 Oct 2007 00:50 by glorfindel in Ficดองบล็อคได้หลายวันแระ มีเรื่องอัพเยอะ แต่ขี้เกียจซะงั้น เอาฟิคไปอ่านเล่นดีกว่า คิคิ
เป็นฟิคแบบ RPG - Roleplay เล่นกับคุณไวโอเล็ตค่ะ โชตะ (ไม่) นิด ไร้พล็อต ไม่ค่อยมีสาระไคลแม๊กซ์ และยังไม่จบ (ฮา) ... แต่ชอบค่ะ เล่นเรื่องนี้สนุกดี มีหลายอารมณ์ หลัง ๆ เล่นไป น้ำตาซึมไป โฮกกกก ...
ลองดูค่ะ อิอิ
.........................
Fic FF7 RPG
Title : Two Bodies - One Love (ชื่อชั่วคราว)
Casting :
- Sephiroth : Violet
- Vincent : BeeJang
- Young Sephiroth : Violet
- Angeal : Violet
- Grimoire : Violet
- Rufus : Violet
- Reno : Violet
Pairing : Sephiroth/Vincent, Angeal/Grimoire
Rating : PG13 (Now)
Disclaimer : ตัวละครเป็นของ Square Enix ห้ามคัดลอกไปเผยแพร่ที่อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต
.............................
เสียงประตูหน้าห้องเปิดออก
วินเซนต์เงยหน้าขึ้นจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ พ่อของเขาคงกลับมาเก็บของ ก่อนหน้านี้ กรีมัวร์โทรมาบอกว่ามีงานด่วน ต้องกลับมาเก็บของจะไม่อยู่บ้านสักพัก และไม่ต้องทำอาหารเย็นเผื่อ วินเซนต์จัดเตรียมข้าวของส่วนตัวที่จำเป็นไว้ให้แล้ว เขาคว้ากระเป๋าเดินทางใบเล็ก เดินออกไปหากรีมัวร์ที่เดินเข้ามา
พร้อมกับเด็กน้อยหน้าตาน่ารักในอ้อมแขน?
“ใกล้ได้เวลา ฮ. ออกแล้วนะครับ เร็วเข้า” เสียงเข้ม ๆ ของแองจีลดังจากหน้าลิฟต์ น้ำเสียงรีบร้อน คงจะลงมารับพ่อกับข้าวของ แล้วคงจะรีบไปกันเลย
แต่เด็กคนนี้ ทำไมล่ะ?
“เอ๋ พ่อ ทำไม?” วินเซนต์จ้องใบหน้ารีบร้อนของบิดา พร้อมกับเด็กชาย
“พ่อฝากเด็กคนนี้ทีนะ” กรีมัวร์กล่าวแทนคำตอบตรง ๆ เขายัดเยียดร่างน้อยให้วินเซนต์ พร้อมกับตะกร้าของใช้เด็กและชาร์ตประวัติ “ลูเครเซียเอามาฝากพ่อไว้ แต่พ่อต้องไปธุระ แค่นี้นะลูก” กรีมัวร์หันมาคว้ากระเป๋าเดินทางที่วินเซนต์เตรียมไว้ให้ เปิดกระเป๋าตรวจสอบด้วยสายตาไว ๆ ว่าของครบไหม แล้วก็ทำท่าจะเดินออกไป ก่อนจะหันกลับมา หอมแก้มวินเซนต์ “รักลูกนะวินซ์ แล้วพ่อจะรีบกลับ”
วินเซนต์ยืนงง นิ่งไปครู่ใหญ่ ๆ หลังจากพ่อปิดประตูและเสียงเร่งของแองจีลค่อย ๆ หายไป ก่อนจะก้มมองเด็กน้อยในอ้อมแขนตนเอง
“ให้ตายสิ พ่อไปแอบมีน้องมาเหรอเนี่ย … ไวไฟแฮะ ไม่บอกกันบ้างเลย”
วินเซนต์อุ้มเด็กน้อยงง ๆ กะพริบตาปริบ ๆ เขาไม่เคยเลี้ยงเด็กมาก่อน จะทำยังไงดีเนี่ย
เด็กน้อยในอ้อมแขนจ้องตอบด้วยดวงตากลมโตแป๋วแหล๋ว
อืม น่ารักดีเหมือนกันนะเนี่ย เขาคิดในใจ
“น้องชายเหรอ น่ารักจัง ... ชื่ออะไรน่ะเรา” วินเซนต์เอ่ยถามใจดี เขาแทบไม่ได้ฟังเลยว่าเมื่อครู่พ่อเขาพูดอะไรบ้าง เด็กคนนี้เป็นลูกใคร หรือใครเอามาฝาก เพราะความตกใจที่อยู่ ๆ พ่อก็อุ้มเด็กมาให้ ทำให้เขาไม่ได้ฟังให้ดีนัก สมองสั่งการบอกเขาเองว่าเด็กคนนี้คือลูกชายอีกคนของกรีมัวร์ น้องชายของเขา และเขาก็เชื่อเช่นนั้น
เด็กน้อยส่งเสียงอ้อแอ้ ชี้นิ้วไปยังชาร์ตที่เสียบอยู่ในตะกร้า
วินเซนต์วางเด็กน้อยที่โซฟา แล้วก็ก้มไปหยิบเอกสารขึ้นมาดู “หือ? ... เซฟิรอธ ชื่อเดียวกับไอ้หมอนั่นเลยเหรอ ... คนที่เป็นโซลเดอร์อันดับหนึ่ง” เขาหันมองเด็กน้อยที่มองรอบ ๆ ห้องอย่างตื่นตาตื่นใจ จากนั้นก็ทิ้งตัวนั่งข้าง ๆ ลูบศีรษะสีเงินนุ่มมือ และมองเด็กน้อยให้เต็ม ๆ ตา
จะว่าไป เด็กคนนี้ก็คล้าย ๆ เซฟิรอธเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน จนอดคิดไม่ได้ว่าถ้าเซฟิรอธอายุสักสองสามขวบ คงมีรูปร่างหน้าตาแบบนี้แน่ ๆ ดวงหน้าใสกระจ่างงดงาม นัยน์ตาสีเขียวสุกใส ฉายแววฉลาดเฉลียวใฝ่รู้ และเส้นผมยาวสีเงินยวงอันน่าจดจำ
“อืม ... ว่าแต่หิวหรือยัง .. ฉันไม่เคยเลี้ยงเด็กด้วยสิ ทำไงดี”
เซฟิรอธน้อยหันซ้ายหันขวาอย่างอยากรู้อยากเห็น สุดท้ายก็ยิ้มกว้างให้วินเซนต์ ก่อนจะเริ่มปีนป่ายโซฟา เพื่อขี่คอวินเซนต์เล่น
“เฮ้ อย่าซนสิ เจ้าหนู” วินเซนต์คว้าร่างน้อยมาอุ้มไว้ในวงแขน คุ้ย ๆ ตะกร้าเด็กอ่อน หยิบนมผง แล้วก็ลุกขึ้นเข้าครัว “อืม ชงนมยังไงเนี่ย คงคล้าย ๆ กับชงกาแฟล่ะนะ”
เด็กน้อยที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวหัวเราะคิกคักสนุกสนาน ถูแก้มกับซอกคออุ่น ๆ ของวินเซนต์ มือซุกซนกำปลายผมสีดำแปลกตามาม้วนเป็นปมเล่น
“นายนี่ซนจัง อยู่เฉย ๆ สิ ฉันยิ่งไม่เคยเลี้ยงเด็กอยู่นะ” วินเซนต์เอ่ยดุ ๆ เขาวางเซฟิรอธน้อยบนเคานเตอร์เตรียมอาหาร แล้วก็ส่งขวดนมให้ แต่จริง ๆ เขาก็ไม่ได้รำคาญหรือหนักใจอะไรเท่าไหร่ อาจเพราะเกิดความเอ็นดูรักใคร่น้องชายที่เพิ่งเจอะเจอคนนี้แล้วก็ได้
มือเล็ก ๆ ประคองขวดนม ดูดกินอย่างคุ้นเคยไม่ซุกซน พอดื่มได้ครึ่งหนึ่ง เขาก็หยุด เงยหน้ามองวินเซนต์ด้วยตากลมใสบริสุทธิ์
“เอ แล้วฉันจะไปทำงานไงดีเนี่ย?”
ว่าแล้ววินเซนต์ก็หยิบโทรศัพท์ขึ้น กดต่อสายไปหาเรโน “เฮ้ย เรโน .. วันนี้ฉันมีงานไหมอะ”
เสียงอันคุ้นเคยดังตอบมา “เหอ .. อ้อ ... เดี๋ยวนะ” เรโนตอบ เงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะพูดต่อ “อืมม์ .. รู้สึก ท่านประธานอยากให้นายรับงานนึงนะ .. ให้ฉันต่อสายให้เลยมั้ย?”
วินเซนต์ครางตอบ เสียงเงียบไปขณะหนึ่ง ก่อนน้ำเสียงทุ้ม ๆ น่าฟัง แต่แฝงไปด้วยอำนาจของเจ้านายของเขาก็พูดกรอกสายมา “วินซ์เหรอ โทรมาก็ดีแล้ว ... ได้ยินข่าวเรื่องโซลเดอร์ที่หายตัวไปมั้ย?”
“เอ๋? บอสจะให้ผมไปสืบเหรอครับ ... เอ่อ แต่ว่า ช่วงนี้ผม ... “ วินเซนต์ยั้งคำพูดไว้ก่อน พลางเหลือบมองเซฟิรอธน้อยที่ยกขวดนมดื่มต่ออย่างเอร็ดอร่อย จะว่าไป เลี้ยงน้องชายก็ไม่ได้ทำให้เขายุ่งนัก และก็ดูเด็กน้อยไม่ได้ซุกซนอะไรมากมาย
“นายไม่ว่างเหรอ? เรามีคนไม่พอด้วยสิ” รูฟัสพอจะเดาสถานการณ์ออก คนเป็นนายย่อมรู้จักลูกน้องดี และเขาก็รู้ดีว่าวินเซนต์ไม่ใช่คนเกี่ยงงาน คราวนี้วินเซนต์ลังเลไป แสดงว่าคงมีเรื่องไม่สะดวกจริง ๆ แต่งานต้องสำคัญกว่าธุระส่วนตัว เขามีทางเลือกให้ลูกน้องเสมอ “เอางี้ ....ถ้านายโอเค ฉันจะส่งข้อมูลไปที่บ้าน ระหว่างนั้นก็รวบรวมข้อมูลมาให้ฉัน ขอให้มากที่สุดในหนึ่งเดือน ช่วงนั้นนายจะทำงานที่บ้านก็ได้ และมีโบนัสพิเศษ ถือว่าทำงานล่วงเวลา โอเคมั้ย?”
วินเซนต์ซึ้งใจกับความใจกว้างของรูฟัส รู้สึกดีใจที่มีคนแบบนี้เป็นเจ้านาย แต่เขาก็ควรบอกเหตุผลธุระของเขาให้รูฟัสรับรู้ด้วย “เอ่อ .. บอสฮะ คือ พ่อผมเค้าเอาน้องมาฝากให้เลี้ยงน่ะครับ”
“หืมม์ .. ?” เสียงครางคำถามดังขึ้น วินเซนต์ไม่แปลกใจเลยแม้แต่นิด
“ถ้างานไม่เดินเท่าไหร่ ผมก็ขอโทษด้วยนะครับ แต่ผมจะพยายาม … “ วินเซนต์พูดไป พลางเหลือบเห็นเซฟิรอธน้อยคลานบนเคาน์เตอร์ ตรงดิ่งไปคว้ามืดทำครัวที่เสียบไว้ เขาตาโต ถลาไปคว้าร่างน้อยมากอดแน่น “เฮ้ เจ้าหนู อย่าซนสิ!”
เซฟิรอธน้อยจ้องตอบตาแป๋วด้วยท่าทีงง ๆ แต่ก็ยอมให้วินเซนต์ดึงมีดไปจากมือ
วินเซนต์ถอนใจโล่งอก ให้ตาย เขาคงต้องระวังมากกว่านี้แล้ว เขาจดข้อควรจำไว้ในสมอง เก็บของมีคมและอาวุธอันตรายทั้งหลายในบ้านให้มิดชิด พ้นมือเด็ก แล้วเขาก็ยกโทรศัพท์ขึ้นคุยต่อ “ฮัลโหล โอเคแล้วครับบอส ... มีอะไรอีกไหมฮะ?”
เสียงหัวเราะต่ำ ๆ ของรูฟัสดังตอบ ก่อนน้ำเสียงอ่อนโยนจะกล่าวตามมา “ดูท่าทางจะวุ่นนะ ไม่เป็นไร เอาเท่าที่นายทำได้ก็แล้วกัน ... แล้วเจอกันนะ … ”
“ครับ” เขาตอบรับสั้น ๆ ก่อนจะวางสาย เก็บโทรศัพท์
เซฟิรอธน้อยหัวเราะคิกคัก ไม่รู้เรื่องรู้ราว พลางโยกตัวไปมาในอ้อมแขนที่กอดรัดแน่นของวินเซนต์อย่างสนุกสนาน
“นายนี้ซนจังเลย เจ้าหนู ... อายุเท่าไหร่แล้วนา”
สีหน้างงงวยฉายขึ้นบนใบหน้าสุกใส ก่อนเซฟิรอธน้อยจะโผเข้ามากอดคอ เอาแก้มนุ่ม ๆ ถูไถกับแก้มของวินเซนต์
“ขี้อ้อนด้วยสิ แต่ทำไมไม่ยอมพูดล่ะ ยังพูดไม่ได้เหรอ?”
วินเซนต์ไม่ค่อยมีความรู้เรื่องเด็ก ๆ เท่าไหร่นัก ทั้งการงานและสิ่งแวดล้อมใกล้ตัวที่ไม่ค่อยจะได้สุงสิงกับเด็ก ๆ ทำให้เขาไม่เคยรู้อะไรเกี่ยวกับเด็ก ๆ เลย ทั้งที่หนึ่งความปรารถนาลึก ๆ ในหัวใจของเขาที่แอบเก็บเงียบมานานจะเกี่ยวข้องกับเด็กโดยตรงก็ตาม
เขาอยากมีน้องชายสักคน
วินเซนต์ไม่เคยบอกพ่อ เขารู้ดีว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ กรีมัวร์รักเดียวใจเดียว และความรักนั้นมอบให้แม่ของเขาที่ตายจากไปตั้งแต่เขายังเล็กจนหมด จากนั้นความรักทั้งหมดก็ทุ่มเทให้เขาเพียงคนเดียว จนไม่เหลือเผื่อใคร น่าเสียดายที่แม่ของเขาอายุสั้นไปนิด หากแม่เขายังอยู่ เขาคงมีน้องชายตัวน้อยให้กอดเล่นอีกหลายคนแน่ ๆ แม้แม่จะจากไป แต่กรีมัวร์ก็ไม่เคยสนใจผู้หญิงคนไหนอีกเลย อย่างน้อยเท่าที่เขารู้น่ะนะ เพราะตอนนี้เขาตระหนักแล้วว่าเขาคิดผิด
วินเซนต์ไม่ได้โกรธเคืองเลยสักนิดที่พ่อแอบไปมีน้องกับผู้หญิงคนอื่นที่ไม่ใช่แม่ของเขา เขาอยากให้พ่อมีความสุขมากกว่า และตอนนี้ ทั้งเขาและพ่อคงมีความสุขมาก ๆ ที่มีเซฟิรอธน้อยมาอยู่ด้วยอีกคน
เขาอุ้มเด็กน้อยมาวางที่เตียงนอน พลางเอนร่างนอนเอกเขนกเท้าคางมอง “ไหน เรียก ‘พี่ชาย’ สิ”
เซฟิรอธน้อยจ้องตาเขา ก่อนจะอ้าปาก พยายามจะเปล่งเสียง “พี่ .. จาย .. “
“เก่งจัง เรียกอีกสิ” วินเซนต์หัวเราะ หัวใจอบอุ่นเมื่อได้ยินน้ำเสียงเล็ก ๆ เปล่งเสียงเรียกคำที่เขาอยากได้ยินมานาน เขาเอื้อมไปคว้าขวดโหลที่หัวเตียง ส่งซอฟคุ๊กกี้ช็อกโกแล็ตให้น้องชายผู้น่ารักเป็นรางวัล
“พี่ … “ เสียงน้อย ๆ เอ่ยเรียกอีกหลายครั้ง เซฟิรอธน้อยงับซอฟคุ๊กกี้กินอย่างเอร็ดอร่อย หัวเราะชอบใจ
จากนั้นสายตาซุกซนของเซฟิรอธน้อยก็เหลือบไปเห็นตุ๊กตาโจโคะโบะที่ข้างหมอนของวินเซนต์ ตุ๊กตาขนนิ่มน่ารักที่วินเซนต์เอาไว้กอดตอนนอนเวลาเหงา สีเหลืองสลับขาวสะดุดตาดึงความสนใจของเด็กน้อยได้ดีนัก เซฟิรอธน้อยคลานเตาะแตะไปคว้าหัวแหลม ๆ ของตุ๊กตา ดึงมาที่กลางเตียง แล้วก็ปีนขี่เล่น หัวเราะเอิ๊กอ๊ากสนุกสนาน ขี่โยกไปมาแล้วก็กลิ้งหลุน ๆ หล่นกลับมายังอ้อมอกของวินเซนต์ที่นอนมองอยู่
วินเซนต์หัวเราะน้อย ๆ กอดประคองเซฟิรอธน้อย อุ้มให้นั่งขี่บนตุ๊กตาดี ๆ หัวใจอบอุ่นมีความสุขนักที่ได้นอนเล่นกับน้องชายที่เขารัก ช่วงเวลาที่เขาเคยฝันถึง กลายมาเป็นความจริงแล้ว
นั่งเล่นนอนเล่นกันสักพัก เซฟิรอธน้อยก็หาวหวอด ๆ กลิ้งลงจากหลังตุ๊กตา ไปเกาะซุกที่แผ่นอกของวินเซนต์แทน
วินเซนต์คลี่ยิ้มอ่อนโยน กอดประคองร่างน้อยในอกให้นอนบนเตียงดี ๆ เอ่ยกล่อมด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ง่วงแล้วสินะ” เขาฮัมเพลงเบา ๆ ในลำคอ ลูบศีรษะนุ่มมือแผ่วเบา จนแน่ใจว่าเซฟิรอธน้อยหลับปุ๋ยไปแล้ว “น่ารักจัง น้องชายของฉัน” เขาจ้องใบหน้าขาวนวลในยามนิทราของน้องชายอย่างเป็นสุข จูบพวงแก้มนุ่มนิ่มอย่างรักใคร่ แล้วก็ดึงผ้าห่มขึ้นคลุมร่างน้อย
“พ่อแอบไปมีแฟนตั้งแต่เมื่อไรนะ ไม่เห็นบอกกันเลย .. แต่ช่างเถอะ .. ทำงานดีกว่า”
วินเซนต์มองใบหน้าของเซฟิรอธน้อยอีกครั้ง ยิ้มกว้าง ก่อนจะลุกขึ้น แล้วเดินไปยังโต๊ะทำงานในห้องนอน เปิดโน๊ตบุ๊คและเช็คงานที่รูฟัสอีเมล์มาให้
*****************
TBC
ช่วงแรก ๆ คุณไวโอเล็ตรับไปเกือบทุกบท หลัง ๆ จะสลับแบ่งกันค่ะ อิอิ อ้อ เรทช่วงแรกยังต่ำอยู่เน้อ แต่หลัง ๆ แรงค่ะ ว่าแต่อาจจะเรียงเรียบไม่ถึงตอนนั้นก็ได้ เอิีกกกก ตัวขี้เกียจมีอยู่เยอะค่ะ พล็อค RPG มีเพียบเลยนะ แต่ไม่ได้เรียบเรียงเท่านั้นแล อิอิ
อ่านขำ ๆ ละกันค่ะ ... อยากอ่านต่อ เชียร์เยอะ ๆ ละกัน เผื่อจะขยัน เรียบเรียงต่อ .. แต่อย่าขอต้นฉบับแบบ Raw นะคะ เพราะมัน Raw และแรงมาก .. ไม่กล้าส่งให้ใครอ่านเลย เอิ๊กกกก เขิน ...
ปล. ... ได้ไปซื้อหนังสือของ Bliss มาแล้ว .. หมดไปสามพันกว่า ๆ แค่บูธเดียว ..
ปล 2 ... ยอดความเสียหายตอนนี้ ล่อไปหกพันกว่า ๆ แล้ว ... อาจได้กินหนังสือแทนข้าว
ปล 3 ... เดี๋ยวจะไปเอาหนังสือพี่วิน (วินทร์ เลียววาริณ ไม่ใช่พี่วินที่ร้ากกกก) ... แล้วจะบ่นทำไมว่าไม่มีเงิน เอิ๊กกกก
don't forget to continue na ka
#1 By Madam ทรามไว ♥~ on 2007-10-26 02:42