[กู้คืน] Fic FF7AC เรโน/? : A Night to Remember
posted on 21 Dec 2005 15:10 by glorfindel in FicEntry กู้คืนค่ะ ....
Title : A Night to Remember
Sequal to : If this is the last kiss ...
Author : BeeJang
Pairing : Reno / ???
Rating : NC17
Genre : Romance / Angst
Disclaimer : All characters belong to Square Enix.
ห้ามคัดลอกไปเผยแพร่ที่อื่น โดยไม่ได้รับอนุญาต เวรกรรมมีจริง ระวังเซฟิรอธจะตามไปฉัวะ ฉัวะ เน้!
**********************
“เป็นอะไรหรือเปล่า วันนี้ดูซึมไปนะ”
เรโนหันศีรษะไปยังต้นเสียง ก่อนจะค้อมศีรษะเมื่อรูฟัสเดินเข้ามาหาพร้อมกับรอยยิ้มน้อย ๆ ที่มุมปาก เจ้านายของเขาเหมือนจะรู้ไปซะทุกอย่าง เรโนไม่แปลกใจเลย
“เอ่อ ผมไม่เป็นไรครับ” เรโนอ้อมแอ้มตอบ “วันนี้จะให้ผมไปไหนดีครับ”
รูฟัสส่ายหน้า เขาเดินประชิดกายเรโน และโอบไหล่เขาอย่างสนิทสนม พาเดินไปยังระเบียงกว้าง รับแสงแดดยามเช้าอันอบอุ่น ทิวทัศน์ของฮีลลิ่งงดงาม เหมาะเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจนัก แต่ความงดงามตรงหน้าในวันนี้ กลับไม่อาจลบล้างความเศร้าที่ฝังลึกในใจเรโนได้
“ไม่สมเป็นนายเลย นายรู้ดีแก่ใจว่าวันนี้ควรไปที่ไหน ฉันไม่เห็นต้องบอกเลย” รูฟัสกล่าว ใบหน้าหล่อเหลาเจือรอยยิ้มน้อย ๆ อย่างรู้ทัน แต่เรโนไม่แน่ใจว่ารูฟัสปรารถนาให้เขาทำอะไร เมื่อเห็นใบหน้าฉงนใจของเรโน รูฟัสก็หัวเราะ “ฉันรู้นะว่าวันนี้คือวันอะไร ฉันหายจากจีโอสติกม่าครบหนึ่งปีพอดี นายก็เหมือนกัน มีความหลังกับวันนี้ใช่ไหมล่ะ ถึงได้ซึมแบบนี้”
เรโนอ้าปากค้างหมายจะตอบกลับ แต่ก็หุบปากนิ่งสนิท หากเป็นกับคนอื่น เขาคงจะเถียงกลับไปแล้ว แต่นี่คือรูฟัส ท่านประธานหรือเจ้านายของเขา ถ้าบังอาจต่อปากต่อคำ มีหวังตกงานแน่ ๆ อีกอย่าง ที่รูฟัสกล่าวมาก็ถูกทุกอย่าง เขาจึงได้แต่ก้มหน้านิ่ง ยอมรับโดยดุษฎี
เขาผู้นั้นจากไปครบปีพอดีแล้ว
รูฟัสยิ้มกว้าง ไม่บ่อยเลยที่เขาจะได้เห็นลูกน้องคนสนิทเศร้าซึมแบบนี้ ปกติเรโนจะสนุกสนานที่สุดในกลุ่ม บ้าบอ ยียวน และสร้างรอยยิ้มให้คนอื่น ๆ ได้เสมอแม้ในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน แต่ในวันนี้เรโนดูซึม ๆ ตั้งแต่ตื่นนอน อาจจะเศร้าตั้งแต่เมื่อคืนแล้วก็ได้ จึงเป็นเรื่องแปลกประหลาดที่สุดในรอบปี จนรูฟัสแปลกใจและนึกออกว่าวันนี้คือวันอะไร
“ฉันให้นายพักร้อนหนึ่งวัน อยากไปไหนก็รีบไปซะเถอะ”
เรโนเงยหน้าขึ้นจ้องรูฟัส แต่ท่านประธานเพียงแต่ส่ายหน้าไม่ยอมรับคำถามหรือคำปฏิเสธ เขาหอมแก้มเรโนหนึ่งที ก่อนเดินจากไปพร้อมเสียงหัวเราะ
***************************
อาจิท นครโบราณยังดูอ้างว้างและเงียบสงบ แต่แฝงไปด้วยความทรงจำมากมาย ทุกอย่างยังเหมือนเดิมนับจากที่เรโนมาเยือนและจากไป เขาถอนใจน้อย ๆ ขณะดื่มด่ำความทรงจำที่อัดแน่นอยู่ในใจ เบื้องหน้าคือสิ่งปลูกสร้างเก่าแก่ ล้อมไปด้วยธารน้ำใส เรโนรู้ดีว่าภายใต้ธารน้ำนี้ ไลฟสตรีมแห่งโลกกำลังไหลเวียนอยู่
บุคคลที่เขารักที่สุดอยู่ในนั้น
เรโนไม่ใช่คนโรแมนติกเท่าไรนัก แต่เรโนก็อยากมอบอะไรสักอย่างให้เขา ในอ้อมแขนของเขามีบูเก้กุหลาบสีขาวช่อโตหอมกรุ่น เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงเลือกสีขาว แต่เรโนรู้สึกว่าเวลาสั้น ๆ แค่คืนนั้นที่ได้อยู่ข้าง ๆ กับเขา มันคือช่วงเวลาที่เขาสงบสุขที่สุดในชีวิต สีขาวอาจแทนความสุขที่เขารู้สึกก็เป็นได้
มันคือความรักอันบริสุทธิ์
เรโนยกช่อกุหลาบขึ้นจรดใบหน้า สูดความหอมหวานของกลิ่นกุหลาบ ส่งใจไปยังบุคคลที่อยู่ไกลนัก ก่อนจะโยนช่อดอกไม้แสนงามไปยังธารน้ำเบื้องหน้า
***************************
กว่าจะกลับถึงฮีลลิ่งก็ค่ำแล้ว ระยะทางไปกลับจากทวีปเหนือมายังฮีลลิ่งไม่ใช่ใกล้ ๆ เลย ฟากฟ้ายามราตรีดูเงียบสงบ คืนนี้ไม่มีดาว เพราะถูกแสงจันทร์นวลสว่างกลบแสงดาวกระจ้อยร่อยจนมิด เรโนยืนมองพระจันทร์เงียบ ๆ ที่ระเบียงห้อง เขาอยากอยู่เพียงลำพัง เพื่อนคนอื่น ๆ ก็พอจะทราบดีจึงไม่ได้เอ่ยอะไรเลยตั้งแต่เขากลับมา เรโนอยากจะดื่มด่ำกับความทรงจำแสนหวานที่ฝังลึกในหัวใจ ไม่บ่อยเลยที่เขาจะหวนระลึกถึงคืนนั้น เพราะว่ามันคือความสุขที่แฝงไปด้วยความเศร้า และเขาก็ไม่อาจทนความเจ็บปวดนั้นได้ มันทำให้หัวใจแหลกสลายกับการมีชีวิตอยู่โดยไร้คนที่เขารักอยู่ข้างกาย
เมื่อลมหนาวพัดต้องกาย เรโนก็รู้สึกง่วงงัน การเดินทางไกลในวันเดียว การขับคอปเตอร์ข้ามทวีปทั้งวันสร้างความเหน็ดเหนื่อยให้เขาพอดู เขาจึงเดินกลับเข้าห้อง ถอดเสื้อออก แล้วจึงเอนนอนลงบนเตียงข้างหน้าต่าง
แสงจันทร์อบอุ่นอาบร่างของเขา เรโนกำลังจะก้าวสู่ห้วงภวังค์เมื่อเขารู้สึกถึงเงาร่างของบุคคลอีกคนหนึ่งในห้อง เขาไม่แน่ใจว่าเขากำลังฝันอยู่หรือนี่คือเรื่องจริง แต่เขาก็ไร้เรี่ยวแรงที่จะลุกขึ้น หรือเอ่ยถาม ในตอนนี้ ฮีลลิ่ง ไร้อันตรายใด ๆ หรือบุคคลแปลกหน้าที่จะเข้ามาทำร้ายพวกเขาได้ เรโนจึงไม่กังวลใจ
“ใครน่ะ … เอเลน่าเหรอ?” เสียงแผ่วเบาของเรโนเอ่ยถามอย่างง่วงงัน
เงาร่างคุ้นตา บอบบางและเล็กเพรียว เรโนคิดว่าเป็นเอเลน่า ด้วยว่าในหมู่สหาย เอเลน่าตัวเล็กและบอบบางที่สุด แต่เงานั้นสูงกว่าเอเลน่า เมื่อลมพัดมา เส้นผมยาวสลวยก็พลิ้วไหว
ไม่ใช่เอเลน่าแน่นอน
“ใครน่ะ … “ เรโนเอ่ยถาม ความง่วงงันกับเรี่ยวแรงที่ไม่ค่อยจะมี ทำให้เขาลุกไม่ขึ้น เขาพยายามจับสายตาไปยังเงานั้น แต่แสงจันทร์สว่างที่อยู่เบื้องหลัง ทำให้เขาไม่อาจมองเห็นใบหน้าของคนผู้นี้ แต่เรโนกลับไม่รู้สึกถึงความเป็นศัตรูหรือไออันตรายจากร่างนี้เลย
เขากลับรู้สึกคุ้นเคยและโหยหาร่างนี้นัก
เงาร่างเดินเข้ามาใกล้เรโน เขาสัมผัสได้ด้วยใจว่าริมฝีปากเรียวคู่นั้นขยับเป็นรอยยิ้มก่อนที่จะประทับแนบกับริมฝีปากของเขา จุมพิตหวานล้ำและแสนอ่อนโยนที่เขาคิดถึง เส้นผมยาวนุ่มนิ่มหล่นเคลียใบหน้าของเรโน มันหอมกลิ่นกุหลาบ
“ยาซู” เรโนครางแผ่วเบา เขายกมือแตะใบหน้าของบุคคลอันเป็นที่รักยิ่ง ดึงลงมาจูบอีกครั้ง อ้อมแขนโอบร่างบางแนบกายตนเอง เขารู้สึกได้ว่าร่างในอ้อมแขนกำลังปลดเสื้อคลุมตัวยาวที่สวมใส่ออก โดยที่ริมฝีปากของพวกเขาไม่ได้ละจากกันเลย เสื้อคลุมนั้นหล่นไปกองกับพื้น แผ่นอกของทั้งสองนาบแนบใกล้ชิด ได้ยินเสียงหัวใจเต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกัน
ริมฝีปากลากเลื่อนตามผิวกายของเรโนต่ำลงเรื่อย ๆ เรโนหลับตา เพลิดเพลินไปกับสัมผัสผะแผ่วแสนสุข เขารู้สึกว่ากางเกงถูกปลดออกไป ไม่นานนัก อุ้งมืออุ่น ๆ ก็ประคองส่วนอ่อนสะท้านของเขา เขาปรือตา ฝืนความง่วงงันที่รุมเร้าสติสัมปชัญญะ เมื่อกำลังจะจับจ้องใบหน้างดงามที่ฝังอยู่ในใจให้ชัด ๆ ใบหน้านั้นก็หลุบต่ำ ความอุ่นชื้นจากปากของอีกฝ่ายก็โอบล้อมเขาโดยทันที
เรโนหอบหายใจ หลับตา เพลินไปกับความสุขสมที่อีกฝ่ายมอบให้ เขากดศีรษะลงกับหมอนเมื่อเริ่มทนไม่ไหวกับไฟแห่งความปรารถนาที่รุมเร้าเข้ามา เมื่อริมฝีปากอ่อนนุ่มดูดดื่มเขาอีกครั้ง เขาก็เสร็จสมปลดปล่อยความรู้สึกทั้งหมดออกมาพร้อมกับเสียงคราง
กินเวลาขณะหนึ่งกว่าลมหายใจของเรโนจะกลับเป็นปกติ เขาปรือตาผ่านเปลือกตาอันหนักอึ้ง แลเห็นอีกฝ่ายนั่งอยู่กายเขา เบียดเสียดต้นขา รุนเร้าแนบชิด เรโนปรารถนาจะโอบกอดร่างบาง เขาเอื้อมมือ อ้าแขนออกทั้งสองข้าง ราวกับอีกฝ่ายรับรู้ความต้องการ ร่างเปล่าเปลือยโน้มลงมา ยินยอมตกอยู่ในอ้อมกอดอบอุ่นที่รัดร่างแนบแน่น
“รักนะ” เรโนเอ่ยกระซิบ ใบหน้าของเขาแนบอยู่บนซอกคออีกฝ่าย สูดกลิ่นหอมกุหลาบจากเรือนผมยาวสวยที่ปรกรกใบหน้าอย่างแสนคิดถึง
“รักเหมือนกัน” เรโนคิดว่าเขาได้ยินเสียงกระซิบตอบดังขึ้นในหัวใจของเขา หรือเขาอาจรับรู้คำตอบได้ด้วยใจ หรือมันเป็นคำตอบที่กระซิบตอบเขาจากความทรงจำ หรือร่างนั้นเอ่ยตอบเขา เรโนไม่แน่ใจ แต่เขาไม่สนอะไรอีกแล้ว เขาปรารถนาจะหยุดเวลาไว้เพียงเท่านี้
กับคนที่เขารักที่สุดจนหมดหัวใจ
เรโนพลิกกายจนเขาเป็นฝ่ายแนบทับร่างบอบบาง คลื่นแห่งความปรารถนารวมกับเพลิงแห่งราคะเริ่มทวีความรุนแรงในหัวใจ เขาขยับต้นขา รุกล้ำอย่างอ่อนโยน แอบอมยิ้มยินดีเมื่ออีกฝ่ายขยับแยกขา ยินยอมการบุกรุกอย่างเต็มใจ
เสียงครางดังประสานขึ้นพร้อมกันยามสองร่างหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ตราตรึงความสุขสมและความรักอันบริสุทธิ์อีกครั้งในค่ำคืนแห่งความทรงจำนี้ตลอดกาล
***************************
ลำแสงแรกของตะวันฉายพาดผ่านใบหน้าของเรโน ปลุกให้เขาตื่นจากภวังค์แสนหวาน ร่างกายเมื่อยล้าและอ่อนแรงไปหมดจนเขาแปลกใจ เรโนเหลือบมองไปยังข้างเตียง เสื้อและกางเกงของเขาถอดกองอยู่บนพื้น ดอกกุหลาบสีขาวดอกหนึ่งวางทับอยู่ ทั้งห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นกุหลาบและไออุ่นของเขาคนนั้น
เรโนถอนใจ เขาโน้มตัวหยิบดอกกุหลาบสีขาวแสนสวยขึ้นจรดจมูก จุมพิตกลีบบางสีขาวน่าถนุถนอมแผ่วเบา
“ขอบคุณสำหรับคืนอันแสนหวาน ยาซู”
***************************
รูฟัสเหลือบมองเรโนผ่านประตูที่เปิดแง้ม เขาคลี่ยิ้ม ก่อนจะเดินจากไป
***************************
End
กระต่ายเกิด ก็ต้องให้เกิดเน้ ปล่อยไว้ ตายเปล่า ๆ เสียดายชีวิตกระต่าย เอิ๊กกก เอิ๊กก
จิ้นกันเอาเองนะคะ ว่าเรื่องนี้บีจังเขียนให้เรโนคู่กับใคร หุหุ
edit @ 2006/09/23 21:16:01


รุสึกตอนนี้มันชวนฝันมากเยยงับ
#1 By r i j e -[a x k i z e l] on 2005-12-21 19:16